20160120 A01 01

ที่มา:บทความเรื่อง Germany warns against rushed exit from coal power,REUTERS Tue Jan 19, 2016

          รมว. เศรษฐกิจเยอรมนีไม่เห็นด้วยกับการเลิกใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน โดยแสดงความกังวลว่า การกระทำดังกล่าวอาจจะยิ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าที่ขณะนี้ยังอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากจากแผนการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด ภายในปี 2022

          สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานคำกล่าวของซิกมาร์ แกเบรียล รัฐมนตรีเศรษฐกิจเมืองเบียร์ระหว่างการประชุมแห่งชาติเกี่ยวกับอนาคตของถ่านหิน ระบุว่า การจัดการการเลิกใช้ถ่านหินไม่ควรเป็นไปอย่างรีบเร่ง โดยได้อ้างถึงการตัดสินใจของรัฐบาลเยอรมนีที่จะเลิกใช้นิวเคลียร์ ภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัตินิวเคีลยร์ฟูกุชิมะ เมื่อปี 2011 ซึ่งการตัดสินใจครั้งนั้นเร่งรีบและรวดเร็วมากเกินไป

          “เมื่อเรากำลังพูดถึงอนาคตของถ่านหิน ผมอยากจะแนะนำให้ลดเรื่องอุดมการณ์ลงมา และมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า” แกเบรียล กล่าวระหว่างการประชุม พร้อมกับกล่าวเสริมว่า รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องตระหนักถึงสิ่งที่จำเป็นในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน

          ทั้งนี้ รัฐบาลเยอรมนีเผชิญกับการเรียกร้องให้ขีดเส้นตายในการเลิกใช้ถ่านหินในผลิตไฟฟ้ามากขึ้น หลังจากที่การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 (COP21) ที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศส เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว

          คำกล่าวดังกล่าวของรัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยรมนี เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอาร์ดับเบิลยูอี ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ที่ออกโรงปฏิเสธข้อเรียกร้องที่ให้หันหลังให้กับการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า

          “การถกเถียงเกียวกับการเลิกใช้ถ่านหินเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น” รอล์ฟ มาร์ตอน ชมิทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของอาร์ดับเบิลยูอี กล่าวกับรอยเตอร์ส หลังการประชุมดังกล่าว โดยอาร์ดับเบิลยูอีนั้นใช้ถ่านหินคิดเป็นสัดส่วน 60% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ขณะที่ อี.ออน ซึ่งเป็นผู้ผลิตอีกแห่งใช้ 27%

          อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ผลิตไฟฟ้าในเยอรมนีกล่าวย้ำว่า มาตรการที่เกิดขึ้นในปี 2015 ที่พรรคร่วมรัฐบาลได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันว่า กำลังผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์ปริมาณ 27,000 เมกะวัตต์ จะถูกปิด แต่จะยังคงใช้ถ่านหินนี้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสำรอง ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน และกำไรจากการผลิตไฟฟ้าที่ลดลง ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดการยกเลิกการใช้ถ่านหินลงไปทีละน้อย

          “อาร์ดับเบิลยูมีแผนที่ชัดเจนเกี่ยวกับถ่านหิน จนกระทั่งถึงปี 2050 เราสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอในราคาที่เหมาะสมได้จนถึงขณะนั้น” ชมิทธ์ ระบุ

          นอกจากนี้ บรรดาผู้ผลิตไฟฟ้ายังให้เหตุผลต่อไปอีกว่า การผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินนั้นไม่เพียงแต่จ้างงานคนหลายหมื่นคน แต่ยังจำเป็นในการผลิตไฟฟ้าตลอดเวลาให้กับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป เพราะ เยอรมนีนั้นไม่สามารถพึ่งพาไฟฟ้าจากพลังงานสีเขียวได้ทั้งหมด

          ด้าน แกเบรียล รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่ไร้ความรับผิดชอบในการพูดถึงการเลิกใช้ถ่านหิน โดยไม่ได้พูดถึงการจัดหางานให้กับกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในภูมิภาคที่ผลิตถ่านหิน อย่างเช่น ลูซาเทีย ทางตะวันออกของประเทศ

          “ใครก็ตามที่ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับการยกเลิก (การทำถ่านหิน) ในลูซาเทีย ต้องพูดคุยอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงเกี่ยวกับการจัดหางานที่ยั่งยืน ที่ให้ค่าจ้างที่เหมาะสมด้วย” แกเบรียล กล่าว พร้อมระบุถึงประเด็นถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนว่า สิ่งที่จำเป็นต้องทำมากที่สุด คือ การทำให้แน่ใจว่าระบบการค้าใบอนุญาตการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นทำงานไปอย่างเหมาะสม

แปลโดย ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

ที่มาบทความ http://www.reuters.com/article/rwe-coal-idUSL8N1531X2