031.jpg

เกี่ยวกับ กฟผ.

กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิต จัดให้ได้มา และจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้ใช้ไฟฟ้าตามกฎหมายกำหนดและประเทศใกล้เคียง พร้อมทั้งธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการไฟฟ้าภายใต้กรอบพระราชบัญญัติ กฟผ.

ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าในธุรกิจใหญ่

การผลิตไฟฟ้า

กฟผ. ผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งตั้งอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศรวมจำนวนทั้งสิ้น 47 แห่ง มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 16,071.13 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าหลายประเภท ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 3 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 6 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 24 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (ลม แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ) 9 แห่งโรงไฟฟ้าดีเซล 4 แห่ง และโรงไฟฟ้าอื่น ๆ 1 แห่ง

การรับซื้อไฟฟ้า

นอกจากการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. แล้ว กฟผ. ยังรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ 12 ราย รวมกำลังผลิต 14,948.50 เมกะวัตต์ และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก รวมกำลังผลิต 7,536.02 เมกะวัตต์ รวมทั้งรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และประเทศมาเลเซีย รวมกำลังผลิต 3,877.60 เมกะวัตต์

การส่งไฟฟ้า

กฟผ. ดำเนินการจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. และที่รับซื้อจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่นผ่านระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งมีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ที่ระดับแรงดัน 500 กิโลโวลต์ 230 กิโลโวลต์ 132 กิโลโวลต์ 115 กิโลโวลต์ และ 69 กิโลโวลต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่รับซื้อโดยตรงจาก กฟผ. กฟน. และ กฟภ. ซึ่งนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าในประเทศต่อไป นอกจากนี้ กฟผ. ยังจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านด้วย ได้แก่ สปป.ลาว ด้วยระบบส่งไฟฟ้าแรงดัน 115 กิโลโวลต์ และ 22 กิโลโวลต์ และประเทศมาเลเซีย ด้วยระบบไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรง (HVDC) 300 กิโลโวลต์

ธุรกิจอื่นๆ

ธุรกิจเกี่ยวเนื่องของ กฟผ.

ในปี 2560 กฟผ. ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์สร้างการเจริญเติบโตจากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยให้บริการด้านธุรกิจอุตสาหกรรมไฟฟ้าอย่างมีคุณภาพแก่หน่วยงานภายนอก ได้แก่ บริการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแก่กลุ่มลูกค้าโรงไฟฟ้าของ กฟผ. โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) โรงไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) รวมถึงโรงไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ และผลิตภัณฑ์วัตถุพลอยได้จากการผลิตไฟฟ้า อีกทั้งได้ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจเข้าสู่ประเทศในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย โดยในปี 2560 กฟผ. ได้มีการดำเนินธุรกิจภายในประเทศ และในต่างประเทศที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

    • การดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องของ กฟผ. ภายในประเทศสำหรับลูกค้ากลุ่มโรงไฟฟ้า IPP นั้น กฟผ. ได้ให้บริการงาน บำรุงรักษาตามวาระแก่โรงไฟฟ้าของ บริษัท กัลฟ์ เจพี เอ็นเอส จำกัด และ บริษัท กัลฟ์ เจพี ยูที จำกัด สำหรับกลุ่มลูกค้า โรงไฟฟ้า SPP กฟผ. ได้ให้บริการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาประจำโรงไฟฟ้าแก่ บริษัท ผลิตไฟฟ้านวนคร จำกัด จนทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเป้าหมาย นอกจากนี้ กฟผ. ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โรงไฟฟ้าชั้นนำ ให้ดำเนินการรื้อถอน และติดตั้ง Gas Turbine ที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้ ชุดที่ 2 และดำเนินการ CRI/Unstacking Rotor แก่โรงไฟฟ้าในประเทศของ บริษัท ราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด และโรงไฟฟ้าต่างประเทศของ บริษัท Tuas Power Co., Ltd. ประเทศสิงคโปร์ นอกจากนี้ กฟผ. ได้ลงนามสัญญาระยะยาว Power Plant Chemistry Services เป็นระยะเวลา 3 ปี กับบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 โดยมีขอบเขตงานที่สำคัญ คือ การบริหาร จัดการควบคุมคุณภาพน้ำในกระบวนการผลิตไฟฟ้าให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโรงไฟฟ้า
    • การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ การให้บริการบำรุงรักษาแก่บริษัท Nam Theun 2 Power จำกัด (NTPC) ที่ สปป.ลาว เป็นอย่างดีในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนทำให้บริษัทไว้วางใจต่อสัญญาบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 8 ปี กับ กฟผ. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงแรมลาวพลาซ่า สปป.ลาว และจากการลงนามสัญญา Contract Agreement for Rehabilitation and Automation of Thimphu Mini Hydro Power Plant ระหว่าง บริษัท Bhutan Power Corporation Limited (BPC) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 กฟผ. ได้ให้บริการงานปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า Thimphu ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กแห่งแรกของภูฏาน กำลังผลิต 360 กิโลวัตต์ แล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2560 จากผลงานดังกล่าวทำให้ BPC ต้องการให้ กฟผ. ขยายการให้บริการไปยังโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ของ BPC ต่อไป
    • นอกจากนี้ กฟผ. ยังมีแนวคิดในการนำวัตถุพลอยได้จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้แก่ เถ้าลอยลิกไนต์ เถ้าก้นเตาลิกไนต์ และยิปซั่มสังเคราะห์ เกิดการดำเนินธุรกิจวัตถุพลอยได้ขึ้น เน้นแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้นวัตกรรมนำ (Product Innovation) ให้ทันกับยุคสมัย มีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศ รวมถึงนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาวัตถุพลอยได้ที่เกิดจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง

การดำเนินงานของบริษัทในเครือ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีบริษัทในเครือจำนวน 5 บริษัท

egat-business

สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทในเครือ

ชื่อบริษัท ชื่อย่อ ทุนจดทะเบียน
(ล้านบาท) 
สัดส่วนการถือหุ้น
(ร้อยละ) 
สถานะ
บริษัท ผลิตไฟฟ้า ราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) RATCH 14,500 45 บริษัทย่อย
บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด EGATi 12,197.4 99.99 บริษัทย่อย
บริษัท อีแกทไดมอนด์ เซอร์วิส จำกัด EDS 623 45 บริษัทย่อย
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) EGCO 5,300 25.41 บริษัทร่วม
บริษัท ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น จำกัด DCAP 1,670 35 กิจการร่วมค้า