20161019-A01-01

"โครงการพลังน้ำขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ"

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงห่วงใยต่อพสกนิกร ทุกครั้งที่เสด็จในท้องถิ่นทุรกันดารหรือในพื้นที่ห่างไกล จะทรงสนพระทัยสอบถามถึงความเป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องน้ำบริโภคและทำการเกษตร ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้แต่ละชุมชนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พึ่งพาตนเองได้ กฟผ.จึงสนองแนวพระราชดำริ ด้วยการก่อสร้างเขื่อนขนาดเล็ก เพื่อเก็บกักน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในชุมชน ประกอบด้วย

1. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ บ้านยาง จังหวัดเชียงใหม่

20161019-A01-02

          พลอากาศตรีกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี เล่าว่า

          "พระองค์ท่านทรงมีความรู้ว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำสามารถทำได้สองแบบ แบบแรกได้จากการที่น้ำไหลจากที่สูงลงมาพัดกังหันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าส่วนอีกแบบหนึ่งคือ น้ำไหลในทางราบซึ่งหากไหลอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้กังหันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหมุนได้เช่นกัน เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นทางน้ำไหลอยู่ตลอดเวลาที่บ้านยางจึงทรงมีพระราชดำริให้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการสร้างไฟฟ้าที่นี่ ทรงมีพระราชประสงค์ให้ผลิตไฟฟ้า เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินงานของโรงงานแปรรูปผลไม้ เพราะเวลานั้นยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงหมู่บ้านดังกล่าว"

          กฟผ. จึงก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ บ้านยางในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2516 เมื่อแล้วเสร็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปเปิดโรงไฟฟ้าในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517

          โรงไฟฟ้าบ้านยางสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 0.4 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง นอกจากช่วยให้โรงงานแปรรูปผลไม้สามารถดำเนินงานได้แล้ว ยังช่วยจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่หมู่บ้านยาง และหมู่บ้านใกล้เคียงอีกด้วย

20161019-A01-03

2. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ คลองช่องกล่ำ จังหวัดสระแก้ว

20161019-A01-04

          เดิมบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเชิงเขาบรรทัดแถบชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว มีสภาพป่าเสื่อมโทรมถูกบุกรุกทำลายราษฎรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร และในเวลานั้น ยังเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบกับผู้ก่อการร้ายอีกด้วย

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างเขื่อนช่องกล่ำตอนบน เขื่อนช่องกล่ำตอนล่าง และเขื่อนท่ากระบาก โดยแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2524

          เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2524 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ทรงมีพระราชดำริให้พิจารณานำน้ำที่ระบายจากเขื่อนมาใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ก่อนระบายน้ำไปใช้ในการเกษตร และทรงมีพระราชดำริให้เพิ่มความสูงของเขื่อนคลองช่องกล่ำตอนบนอีก 2 เมตร หรือตามความเหมาะสม เพื่อให้อ่างเก็บน้ำมีความจุมากขึ้น และสามารถเพิ่มกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้นตามไปด้วย

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงพัฒนาสร้างเป็น โรงไฟฟ้าพลังน้ำ คลองช่องกล่ำตอนบนที่ตำบลหนองน้ำใส อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้กับเครื่องสีข้าว และไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะในหมู่บ้าน 3 แห่งคือ คลองทราย คลองคันโท และท่ากระบาก ของจังหวัดสระแก้ว

20161019-A01-05

3. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนห้วยกุ่ม จังหวัดชัยภูมิ

20161019 A01 06

          เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปเปิดเขื่อนจุฬาภรณ์ทรงมีพระราชดำริให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการสร้างเขื่อนอีกแห่งบริเวณใต้เขื่อนจุฬาภรณ์ห่างออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของเกษตรกร พลอากาศตรีกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี เล่าถึงการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ว่า

          "พอกราบบังคมทูลว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่เสด็จมาเปิดเขื่อนเล็กๆ พระองค์ท่านก็ทรงมีรับสั่งว่า "นี่คือเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดของฉันแล้ว""

          เขื่อนห้วยกุ่ม นอกจากช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรบริเวณลำน้ำพรมตอนล่างครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 80,000 ไร่แล้ว ยังเป็นเขื่อนที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 13,000 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงอีกด้วย เป็นอีกโครงการพระราชดำริที่ทรงคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันก็เป็นตัวอย่างของการใช้ทรัพยากร เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

20161019-A01-07

4. เขื่อนพรมธารา จังหวัดชัยภูมิ

20161019-A01-08

          เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการก่อสร้างเขื่อนจุฬาภรณ์ทรงมีพระราชดำริว่า ลำห้วยซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำพรมเหนือเขื่อนจุฬาภรณ์เป็นลำห้วยขนาดใหญ่มีน้ำไหลตลอดปีสมควรศึกษารายละเอียด เพื่อพิจารณาก่อสร้างเขื่อน หรือฝายขนาดเล็ก และเจาะอุโมงค์ผันน้ำลงมายังเขื่อนจุฬาภรณ์

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงทำการศึกษา และก่อสร้างเขื่อนพรมธาราขึ้น ทำให้สามารถผันน้ำมาลงเขื่อนจุฬาภรณ์ได้ถึงปีละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้เขื่อนจุฬาภรณ์สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นอีกปีละประมาณ 2 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

20161019-A01-09

5. โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านขุนกลาง จังหวัดเชียงใหม่

20161019-A01-10

          โรงไฟฟ้าบ้านขุนกลาง ตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ เขตตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก สร้างขึ้นตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อจะนำพลังงานน้ำในบริเวณน้ำตกสิริภูมิ ซึ่งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านขุนกลาง มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาในด้านอื่นๆ ของโครงการหลวงอินทนนท์ ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

          การก่อสร้างไฟฟ้าบ้านขุนกลาง เริ่มเมื่อปี พ.ศ.2525 แล้วเสร็จ ปี พ.ศ.2527 ภายในโรงไฟฟ้าติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 2 ชุด ขนาดกำลังผลิตชุดละ 90 กิโลวัตต์ รวมกำลังผลิต 180 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้า 700,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี เมื่อแล้วเสร็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสร็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าบ้านขุนกลางเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527

20161019-A01-11

6. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ บ้านสันติ จังหวัดยะลา

          ในการก่อสร้างเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรกของภาคใต้ตอนล่างนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบากในการก่อสร้างเนื่องด้วยในขณะนั้นยังมีการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายโดยในระหว่างการก่อสร้างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่เขื่อนแห่งนี้หลายครั้งด้วยพระราชประสงค์จะพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน และทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า

          "คนที่เข้าถึงพื้นที่ได้ ย่อมมีโอกาสทำงานสำเร็จ"

          ในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมาวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างเขื่อนบางลาง พระองค์ได้เสด็จฯ ไปยังฝายละแอ ซึ่งเป็นฝายทดน้ำขนาดเล็กจากคลองละแอที่สร้างด้วยการเจาะอุโมงค์ขนาดเล็ก และต่อท่อส่งน้ำไปให้ประชาชนในหมู่บ้านสันติใช้

          พลอาอาศตรีกำธน สินธวานนท์ องคมนตรีซึ่งเวลานั้นดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกราบบังคมทูลว่า น้ำประปาไหลแรง เพราะต่อน้ำลงมาจากที่สูงทำให้ก๊อกน้ำเสียเป็นประจำ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีรับสั่งว่า

          "ถ้าน้ำแรง ทำไมไม่คิดทำไฟฟ้าด้วย"

20161019-A01-12

          จากแนวพระราชดำริดังกล่าว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจึงก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติขึ้นบริเวณเหนือเขื่อนบางลาง โดยติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 1,275 กิโลวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง และติดตั้งท่อส่งน้ำยาว 1,800 เมตรสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในปี พ.ศ.2528

          โรงไฟฟ้าพลังน้ำ บ้านสันติ นับเป็นโรงไฟฟ้าใต้ภูเขาแห่งแรกของประเทศไทยที่มีการควบคุมด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงด้วยการเดินเครื่องในระบบอัตโนมัติสามารถสั่งการ และควบคุมการเดินเครื่องโดยตรงจากโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลางสามารถอำนวยประโยชน์แก่ราษฎรในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

20161019-A01-13

7. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จังหวัดเชียงใหม่

20161019-A01-14

          โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เดิมเป็นฝายกั้นน้ำขนาดเล็ก ปิดกั้นลำน้ำแม่งัดในพื้นที่ตำบลช่อแล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งในปี พ.ศ.2516 ได้เกิดอุทกภัยขึ้น ทำให้ฝายได้รับความเสียหายจนใช้การไม่ได้ กรมชลประทานจึงได้พิจารณาดำเนินการซ่อมแซมฝาย

          ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2520 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมโครงการดังกล่าว และทรงมีพระราชดำรัสว่า

          “โครงการประเภทไหนถ้าพิจารณาดูแล้วเห็นว่า สามารถอำนวยประโยชน์ได้มากกว่า ก็สมควรจะเลือกสร้างโครงการประเภทนั้น"

          กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจึงได้ร่วมมือกันก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลในปี พ.ศ.2520 โดยกรมชลประทานดำเนินการสร้างเขื่อน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยดูแลเรื่องโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2528

          ตัวเขื่อนมีลักษณะเป็นเขื่อนดินถมสูง 59 เมตร ยาว 1,950 เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ 265 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกได้ 188,000 ไร่

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 4,500 กิโลวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง รวม 9,000 กิโลวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 29 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2529 และเสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพิธีเปิดเขื่อนเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2529

20161019-A01-15

          โครงการพลังน้ำขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระดำริ แสดงให้เห็นถึงพระราชอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ทรงศึกษาข้อมูล และนำหลักวิชาการมาพัฒนาทรัพยากรน้ำ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งการอุปโภค บริโภค และผลิตพลังงาน ด้วยน้ำพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาที่มีต่ออาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง มาตลอดการครองสิริราชสมบัติอันยาวนาน 70 ปี