แม้ว่าในปี 2559 ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคพลังงานของสหรัฐอเมริกาจะสูงขึ้น แต่นักวิเคราะห์ระบุว่าราคาก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้นจะทำให้มีการกลับมาใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้นในที่สุด

          สำนักข่าว Platt รายงานว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 สัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาลดลงร้อยละ 4 โดยมีการใช้ก๊าซและพลังงานหมุนเวียนมาแทนที่ แต่สถานการณ์จะพลิกกลับ เพราะในปี 2560 สัดส่วนการใช้ถ่านหินจะปรับสูงขึ้น และก๊าซจะปรับลดลงแทน โดยองค์การสารสนเทศพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Energy Information Administration - EIA) คาดการณ์ว่าถ่านหินจะครองสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริการ้อยละ 31 ในปี 2560 ซึ่งสูงขึ้นจากร้อยละ 30 ในปีปัจจุบัน ส่วนสัดส่วนการใช้ก๊าซผลิตไฟฟ้าจะลดลงจากปัจจุบัน คือจากร้อยละ 34 เป็นร้อยละ 33 ในปีหน้า และสัดส่วนการใช้พลังงานน้ำผลิตไฟฟ้าจะปรับเพิ่มจากร้อยละ 8 ในปัจจุบันเป็นร้อยละ 9 ในปีหน้า

20161223-A01-01

Credit : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:LNG_Tanker_ARCTIC_PRINCESS_vor_Hammerfest_(N)_-_Juni_2015.jpg

          หลายปีแล้วที่ก๊าซธรรมชาติมีราคาถูก ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตลดปริมาณการผลิต และสร้างเงื่อนไขให้ราคาปรับสูงขึ้นในที่สุด โดย EIA คาดการณ์ว่าราคาซื้อขายก๊าซเหลว (liquid gas) ในตลาด Henry Hub จะปรับสูงขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 20 ในปีหน้า จากในปี 2559 ที่มีราคาเฉลี่ย 2.51 เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งล้านบีทียู ซึ่งต่ำสุดในรอบ 10 ปี เป็นประมาณ 3.07 เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งล้านบีทียูในปี 2560

          EIA ยังกล่าวด้วยว่า ในช่วงฤดูหนาวถ่านหินจะเป็นเชื้อเพลิงที่ครองสัดส่วนการใช้สูงสุด

          เมื่อเดือนตุลาคม ข้อมูลจาก EIA ระบุว่า ก๊าซผลิตไฟฟ้าได้ 3,197 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ถ่านหินผลิตไฟฟ้าได้ 3,032 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อวัน แต่ตัวเลขจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยในเดือนมกราคมปีหน้า ถ่านหินจะผลิตไฟฟ้าได้ถึง 3,889 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อวัน แซงหน้าก๊าซ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าลดลงเหลือ 3,129 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อวัน

แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร
ที่มา : http://www.utilitydive.com/news/platts-higher-gas-prices-could-boost-coal-generation-next-year/432835/