เช้า (1) เวลา 09.40 น.

          วันนี้ (27 มีนาคม 2560) คณะรักษาความความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ณ ห้องประกายเพชร โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี พล.ต. วรพล วิศรุตพิชญ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ โดยกิจกรรมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าให้กับประชาชน 14 จังหวัด ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งทางเลือกในการสร้างโรงไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ ที่มีความเหมาะสม เป็นไปได้ และทุกภาคส่วนยอมรับ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีรับทราบความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ที่จะแสดงความคิดเห็นบนข้อเท็จจริงอย่างสร้างสรรค์ สำหรับเวทีสุราษฎร์ธานี มีผู้ว่าราชการจังหวัด 4 จังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้แทนกลุ่ม และประชาชนจากจังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วม รวมกว่า 1,172 คน
          สรุปจำนวนผู้เข้าร่วมเวที จ.สุราษฏร์ธานี จำนวน 4 จังหวัด ดังนี้
              - จ.สุราษฏร์ธานี 371 คน
              - จ.นครศรีธรรมราช 329 คน
              - จ.ชุมพร 129 คน
              - จ.ระนอง 77 คน
          รวม ภาคประชาชน จำนวน 903 คน
          เพิ่มเติม
              - สื่อมวลชน 62 คน
              - ผู้แทนแสดงความเห็น 15 คน
              - ผู้สังเกตุการณ์ 189 คน
          รวมทั้งสิ้น 1,172 คน

เช้า (2) เวลา 10.20 น.

          การบรรยาย เรื่อง “สถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้” โดย ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และรองโฆษกกระทรวงพลังงาน
          ไฟฟ้าในภาคใต้จะมีกำลังการผลิตขาดแคลนในปี 2563 มีสาเหตุสำคัญมาจากโรงไฟฟ้า 5 โครงการ ดังนี้
              - การย้าย โรงไฟฟ้าบ่อนอก-หินกรูด รวมขนาด 2,100 เมกะวัตต์ ไปยังภาคกลาง
              - การเลื่อน โรงไฟฟ้าทับสะแก ขนาด 2,000 เมกะวัตต์ จากเดิมในปี 2548 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด
              - การยกเลิก โครงการไฟฟ้พลังน้ำเขื่อนสายบุรี และเขื่อนแก่งกรุง
          สำหรับแนวทางแก้ไข สามารถทำได้โดย เพิ่มสายส่ง และเติมโรงไฟฟ้า เพื่อเสริมแรงดัน
          ด้านสถานการณ์ไฟฟ้าภาพรวมของประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณไฟฟ้าสำรองเพียงพอ (31.89%) แต่โรงไฟฟ้าส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภาคกลาง เชื้อเพลิงยังตึงตัว (ไม่สามารถจัดหาเชื้อเพลิงได้ตามที่วางแผนไว้) และมีปัญหาไฟตก-ดับ สำหรับเมืองใหญ่ปลายสาย
          ดังนั้น แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2015 จึงปรับสมดุล 3 ด้าน ได้แก่
              - ด้านความมั่นคง โดยการกระจายแหล่งเชื้อเพลิง
              - ด้านสิ่งแวดล้อม โดยการลดโลกร้อน เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน
              - ด้านราคา โดยมีค่าไฟฟ้าที่ประชาชนยอมรับได้
          การใช้ไฟฟ้าภาคใต้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.2 % ต่อปี (13,233 – 21,871 เมกะวัตต์) โดยสามอันดับแรกของ 6 อันดับเศรษฐกิจของภาคใต้ที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุด ปี 2559 คือ การท่องเที่ยวและบริการ ถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวในภาคใต้เพิ่มขึ้น 1 % จะทำให้มีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 0.25 % ปัจจุบัน ภาคใต้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 10 % ทุกปี ดังนั้น ภาคใต้จึงมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสำหรับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 2.5 %
          การศึกษาค่าไฟฟ้า PDP เฉลี่ยปี 2567 – 2579 พบว่า การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด ตามแผน 5,800 เมกะวัตต์ จะมีค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 4.9061 บาทต่อหน่วย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นก๊าซธรรมชาติ จะมีค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 5.0433 บาทต่อหน่วย (เพิ่มขึ้น 35,540 ล้านบาทต่อปี) และถ้าเป็น Renewable จะมีค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 5.0382 บาทต่อหน่วย (เพิ่มขึ้น 34,219 ล้านบาทต่อปี)

เช้า (3.1) เวลา 10.50 น.

          การบรรยาย เรื่อง “ทางเลือกที่เหมาะสมและยอมรับได้ในการสร้างโรงไฟฟ้า” โดยผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
          3.1 ทางเลือกพลังงานไฟฟ้าที่สามารถดำเนินการได้ โดย นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม (กฟผ.)
          สำหรับทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานธรรมชาติ เชื้อเพลิง และการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ
          - พลังงานจากธรรมชาติ
              o ลม มีข้อดี คือ ไม่มีค่าเชื้อเพลิง ติดตั้งง่าย รวดเร็ว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีมลพิษ ส่วนข้อจำกัด คือ ผลิตไฟฟ้าได้บางเวลา เฉพาะตอนมีลม ค่าลงทุนสูง ใช้พื้นที่มากและพื้นที่ที่มีลมแรง ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอนุรักษ์
              o แสงอาทิตย์ มีข้อดี คือ ไม่มีค่าเชื้อเพลิง ระบบไม่ซับซ้อน ไม่สร้างมลภาวะ มีข้อจำกัด คือ ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะตอนที่มีแดด ต้นทุนสูง (ถ้าใช้แบตเตอรี่เก็บไฟฟ้า) ใช้พื้นที่มาก
              o น้ำ มีข้อดี คือ เป็นพลังงานสะอาด กักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร อุปโภคและบริโภค ราคาถูก มีข้อจำกัด คือ ปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศแต่ละปี ต้องใช้เพื่อการชลประทานเป็นหลัก กระทบต่อพื้นที่ป่าไม้ หาพื้นที่ที่เหมาะสมได้ยาก
          - พลังงานจากเชื้อเพลิง
              o พลังงานชีวมวล วัสดุทางการเกษตร หรือ กากที่เหลือจากอุตสาหกรรมการเกษตร ได้แก่ กากปาล์ม เศษไม้ยางพารา กาบมะพร้าว และกะลามะพร้าว มีข้อดี คือ นำมาทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้บางส่วน นำเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรมาใช้ประโยชน์ สร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร มีข้อจำกัด คือ ปริมาณเชื้อเพลิงมีจำกัดและไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ราคาเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับการขนส่ง มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากไม่มีระบบกำจัดที่ดี
              o ก๊าซชีวภาพ เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซชีวภาพที่ได้จากการหมักหรือย่อยสลายของเสีย น้ำเสีย ของทิ้ง และมูลสัตว์ ที่ได้จากโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร มีข้อดี คือ ไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้จากการกำจัดน้ำเสีย ของเสีย ลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าในฟาร์ม มีข้อจำกัด คือ ใช้พื้นที่มาก ลงทุนสูง
              o พลังงานขยะ เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า มีข้อดี คือ ช่วยกำจัดขยะชุมชน โดยมีผลพลอยได้คือพลังงานไฟฟ้า ช่วยทำให้สภาพแวดล้อมดี มีข้อจำกัด คือ ปัญหาการยอมรับจากประชาชน ปัญหาเรื่องกลิ่น
              o น้ำมันปาล์ม มีต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบแพงกว่าน้ำมันเตา 4.64 บาทต่อหน่วย มีข้อดี คือ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ช่วยเหลือเกษตรกร พยุงราคาน้ำมันปาล์มดิบ ในช่วงราคาตกต่ำ มีข้ำจำกัด คือ ราคามีความผันผวนตามฤดูกาล มีปริมาณผลผลิตไม่แน่นอน ให้ค่าความร้อนต่ำจึงต้องใช้ในปริมาณมาก มีราคาแพง นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ได้คุ้มค่ากว่า
              o น้ำมัน มีข้อดี คือ จัดหาได้ง่าย หลายแหล่ง จัดเก็บสำรองได้ มรีข้อจำกัด คือ มีราคาแพง และผันผวนสูง การขนส่งมีต้นทุนสูง และมีความเสี่ยงจากการขนส่ง
              o ก๊าซธรรมชาติ (ใช้ในภาคใต้) มาจากแหล่งอ่าวไทย พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย และ สถานีรับก๊าซธรรมชาติเหลวแบบลอยน้ำ (ในอนาคต)
                   ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอ่าวไทย มีข้อดี คือ เชื้อเพลิงสะอาด และเป็นที่ยอมรับของชุมชน มีระบบท่อส่งเดิมรองรับสำหรับโรงไฟฟ้าเดิม มีข้อจำกัด คือ อีก 5 ปี ปริมาณก๊าซอ่าวไทยมีแนวโน้มลดลง ก๊าซจากอ่าวไทยมีคุณภาพดี สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า การใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า
                   ก๊าซส่วนเพิ่มจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย มีข้อดี คือ เชื้อเพลิงสะอาด และเป็นที่ยอมรับของชุมชน มีระบบท่อส่งเดิมรองรับสำหรับโรงไฟฟ้าเดิม มีข้อจำกัด คือ ต้องมีการเจรจาซื้อขายก๊าซเพิ่มเติม ต้องลงทุนระบบท่อเพิ่มต่อ
                   ก๊าซธรรมชาติจากสถานีรับก๊าซธรรมชาติเหลวแบบลอยน้ำ (ในอนาคต) มีข้อดี คือ เชื้อเพลิงสะอาด และเป็นที่ยอมรับของชุมชน นำเข้าได้จากหลายแหล่ง ไม่ต้องจัดหาที่ดินจึงไม่กระทบต่อชุมชนรอบข้าง มีข้อจำกัด คือ ราคาแพงกว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ค่าใช้จ่ายลงทุนสูง (ค่าก่อสร้าง FSRU และค่าดำเนินงาน) ต้องมีท่าเทียบเรือ อุปกรณ์ป้องกันคลื่นในทะเล และต้องกำหนดระยะปลอดภัยทางน้ำ (รัศมี 1 กิโลเมตร) โดยรอบสถานี การสำรองเชื้อเพลิงมีข้อจำกัด ต้องมีการวางท่อในทะเล ความยาวประมาณ 15-20 กิโลเมตร
              o ถ่านหิน มีข้อดี คือ ราคาค่อนข้างมีเสถียรภาพ และมีปริมาณสำรองทั่วโลกมาก มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานสากล สามารถสำรองไว้ใช้ได้นาน 2 – 3 เดือน มีข้อจำกัด คือ ขั้นตอนการดำเนินการออกแบบ/อนุมัติ/ก่อสร้าง 7 ปี ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่น ประชาชนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อม
              o นิวเคลียร์ มีข้อดี คือ ต้นทุนค่าไฟต่อหน่วยถูกที่สุด มีปริมาณเชื้อเพลิงมาก ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก มีข้อจำกัด คือ ค่าลงทุนสูง ระยะเวลาก่อสร้างนานมาก (10-12 ปี) ประชาชนยังกังวลเรื่องความปลอดภัย
          - การซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ มีข้อดี คือ ปัจจุบันมีราคาถูก เนื่องจากมาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหลัก มีข้อจำกัด คือ อาจกระทบความมั่นคง เพราะต้องพึ่งพาต่างประเทศ มีความเสี่ยงจากระบบส่งระยะทางไกล
          บทสรุปทางเลือก คือ พลังงานหมุนเวียนมีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,055.76 เมกะวัตต์ จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 694.11 เมกะวัตต์ และผูกพันภาครัฐ 361.65 เมกะวัตต์ แต่พลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานทดแทน นั้นมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าอยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่พลังงานจากความร้อนมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าสูง
          ด้านต้นทุนค่าผลิตต่อหน่วย ไม่รวมระบบส่ง ตามประเภทโรงไฟฟ้า พบว่า พลังงานขยะ มีต้นทุนค่าผลิตต่อหน่วยมากที่สุด รองลงมาเป็น พลังงานลม พลังงานชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวภาพ LNG ถ่านหินนำเข้า และซื้อพลังน้ำจากต่างประเทศ ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ใช้ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก เพราะมีทรัพยากรมาก และราคาถูก โดยประเทศไทยนั้น มีราคาค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย โดยมีสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติมาก ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างเยอรมนีมีราคาค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 12.77 บาทต่อหน่วย ออสเตรเลีย 8.49 บาทต่อหน่วย ญี่ปุ่น 7.98 บาทต่อหน่วย เนื่องจากมีสัดส่วนในการใช้พลังงานหมุนเวียนมาก ด้านมาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว และเมียนมา มีราคาค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าประเทศไทย ตามลำดับ เนื่องจากมีทรัพยากรถ่านหินและน้ำในประเทศมาก

เช้า (3.2) เวลา 11.35 น.

          การบรรยาย เรื่อง “ทางเลือกที่เหมาะสมและยอมรับได้ในการสร้างโรงไฟฟ้า” โดยผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
          3.2 การดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชน และ ชุมชน....ได้อะไร จากการมีโรงไฟฟ้า โดย นายนิกูล ศิลาสุวรรณ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า (กฟผ.)
          การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของการพัฒนาโรงไฟฟ้า แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะก่อนก่อสร้าง ดำเนินการตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (IEE / EIA / EHIA) ระยะก่อสร้าง และระยะดำเนินการผลิต ติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยรายงานผลทุก 6 เดือน
          ในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดขอบเขตพื้นที่การศึกษา ไม่น้อยกว่ารัศมี 5 กิโลเมตร ทั้งด้านทรัพยากรกายภาพ เช่น ลักษณะภูมิประเทศ เสียง และความสั่นสะเทือน ด้านทรัพยากรชีวภาพ เช่น การประมง ป่าชายเลน ด้านการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ เช่น การใช้ประโยชน์ที่ดิน การใช้ประโยชน์แหล่งน้ำ และด้านคุณภาพชีวิต เช่น เศรษฐกิจสังคม ทัศนียภาพ และการท่องเที่ยว
          การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ระหว่างการศึกษาและพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) แบ่งเป็น 4 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 (ค.1) การกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ครั้งที่ 2 (ค.2) การประเมินและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 3 (ค.3) กระบวนการทบทวนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และครั้งที่ 4 (ง.) การจัดรับฟังความคิดเห็น จากหน่วยงานอนุญาต (กกพ.)
          สำหรับเทคโนโลยีการกำจัดมลสาร ปัจจุบันใช้เทคโนโลยีทันสมัยช่วยลดมลสารต่าง ๆ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยติดตั้งเครื่องควบคุมก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (SCR) อุปกรณ์ดักจับปรอท (ACI) อุปกรณ์ดักจับฝุ่น (ESP/FF) และเครื่องควบคุมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) ก่อนระบายออกที่ปลายปล่อง ซึ่งการควบคุมมลสารของโรงไฟฟ้า ดีกว่าค่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่กฎหมายกำหนด
          จาก สถิติการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปี 2558 พบว่า ประเทศจีนมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากที่สุด คิดเป็น 29.5 % รองลงมา คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา 14.3 % อินเดีย 6.8 % รัสเซีย 4.9 % ญี่ปุ่น 3.5 % เยอรมนี 2.2 % อิหร่าน 1.8 % เกาหลี 1.7 % แคนาดา 1.5 % ซาอุดิอาระเบีย 1.4 % และสำหรับประเทศไทย มีสถิติการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.8 %
          การใช้เทคโนโลยีเดิม (Subcritical) ในการผลิตไฟฟ้ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 880 กรัมต่อหน่วยไฟฟ้า ขณะที่การเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ (Ultra-Supercritical) ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหลือ 740 – 800 กรัมต่อหน่วยไฟฟ้า
          การผลิตไฟฟ้าได้ดำเนินงานติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ คุณภาพเสียง โดยมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศทั่วไปแบบต่อเนื่อง รถตรวจวัดคุณภาพอากาศ การตรวจระดับเสียงภายในชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ซึ่งมีคณะกรรมการติดตาม
          ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนรอบโรงไฟฟ้ามีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบ เป็นสำคัญ
          ปัจจุบัน การจัดการสิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม เพิ่มจำนวนขึ้นจากปี 2555 จำนวน 70,000 คน เป็นเกือบ 400,000 คน ในปี 2558 และมีรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางเพิ่มขึ้นจาก 1,334 ล้านบาท ในปี 2554 เป็น 2,805 ล้านบาท ในปี 2558
          ชุมชน....ได้อะไร จากการมีโรงไฟฟ้า
          การมีโรงไฟฟ้าจะทำให้ชุมชนเกิดการจ้างงาน เพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่น เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต และที่สำคัญ ยังเกิดกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า โดยในระหว่างการก่อสร้าง 50,000 บาทต่อเมกะวัตต์ต่อปี และระหว่างการผลิต 1 – 2 สตางค์ต่อหน่วย ตามปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตแต่ละชนิดของเชื้อเพลิง โดยก๊าซธรรมชาติ ลม แสงอาทิตย์ ก๊าซชีวภาพ ชีวมวล 1 สตางค์ต่อหน่วย น้ำมันเตา, ดีเซล 1.5 สตางค์ต่อหน่วย และ พลังน้ำ ถ่านหิน, ลิกไนต์ 2 สตางค์ต่อหน่วย รวมแล้วนำส่งเงินเข้ากองทุนกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี
          การดำเนินโครงการชุมชนของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 – 2560 กกพ. ได้อนุมัติงบประมาณในการดำเนินโครงการชุมชน รวมจำนวน 2,575 โครงการ งบประมาณรวม 1,023.86 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น โครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขภาพ สุขภาวะ และพัฒนาคุณภาพชีวิต โครงการพัฒนาอาชีพ โครงการพัฒนาการเกษตร โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โครงการพัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และโครงการพัฒนาชุมชน เช่น
          - จังหวัดสงขลา กองทุนพัฒนาไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าจะนะ ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารบริการ 8 ชั้น โรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา 80,000,000 บาท (ก่อสร้าง 2559-2560)
          - จังหวัดนครศรีธรรมราช กองทุนพัฒนาไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขนอม โครงการมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2558 1,000,000 บาท
          - จังหวัดสุราษฏร์ธานี กองทุนพัฒนาไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา โครงการก่อสร้างฌาปนสถาน วัดพระธาตุคีรีอินทรวิหาร บ้านย่านมะปราง 969,500 บาท (พ.ศ. 2557)
          - จังหวัดกระบี่ กองทุนพัฒนาไฟฟ้าของโรงไฟฟ้ากระบี่ โครงการปรับปรุงถนนสายคลองหมากท่ายาง 1,500,000 บาท (พ.ศ. 2557) , ในปี 2558 กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 15,730 ตัน มูลค่า 376.6 ล้านบาท และ กฟผ. ร่วมกับ กปภ. สนับสนุนการขยายเขตระบบประปา ในพื้นที่อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ งบประมาณ 120 ล้านบาท
          บทสรุป คือ 3 เสาหลักการพัฒนาไฟฟ้า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม มั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า และมีราคาที่เหมาะสม

เช้า (4) เวลา 12.02 น.

          การบรรยาย เรื่อง “ข้อพิจารณาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดย นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)
          การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของภาคใต้ ต้องมีการพัฒนาอย่างยิ่งยืน ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม โดยคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ พัฒนาและสนับสนุน ส่งเสริมให้ประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สู่การเป็นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน
          ทรัพยากรในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความสำคัญ ประกอบด้วย
          - อุทยานแห่งชาติ มีกฎหมายควบคุม เช่น พรบ. อุทยานแห่งชาติ / พรบ. ป่าไม้ / พรบ. ป่าสงวนแห่งชาติ ฯลฯ
          - เขตรักษาพันธุสัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีกฎหมายควบคุม เช่น พรบ. ป่าสงวนแห่งชาติ / พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฯลฯ
          พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ภาคใต้มีทั้งหมด 4 จังหวัด ได้แก่ พังงา ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฏร์ธานี
          พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Sites) มีกฎหมายควบคุม เช่น พรบ. พันธุ์พืช / พรบ. การประมง / อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ / มติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง
          มรดกอุทยานแห่งอาเซียน มีปฏิญญาอาเซียน ฯ ควบคุม ทั้งหมด 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ ตะรุเตา จ.สตูล และกลุ่มอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา-อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสุรินทร์-อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา
          พื้นที่ป่าชายเลน แนวปะการัง และแหล่งหญ้าทะเล มีกฎหมายควบคุม เช่น พรบ. การประมง / พรบ. ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง / มติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง
          ดังนั้น การพัฒนาโครงการใด ๆ จะมีผลต่อสถานภาพของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านบวกและด้านลบ นอกเหนือจากกฏหมายควบคุมดูแลที่ได้กล่าวไปข้างต้น ยังมี EIA (Environmental Impact Assessment) หรือ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งบวกและลบ จากการพัฒนาโครงการ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข พร้อมมาตรการติดตามตรวจสอบ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจและให้โครงการเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
          EIA มีขั้นตอนกระบวนการจัดทำโดยเริ่มจากจัดทำรายงาน (กำหนดขอบเขตการศึกษา ศึกษาสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น กำหนดมาตรการแก้ไข และติดตามตรวจสอบ) ต่อมาจึงพิจารณารายงานโดย คชก. เป็นผู้พิจารณารายงาน เพื่อประกอบการอนุมัติ และสุดท้ายคือการติดตามตรวจสอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามาตรการถูกนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลในรายงาน EIA ประกอบไปด้วย ที่ตั้งรายละเอียดโครงการ, สภาพแวดล้อมปัจจุบัน, การมีส่วนร่วมของประชาชน, การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม, การกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขและมาตรการติดตามตรวจสอบ
          การมีส่วนร่วมของประชาชนในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Public participation in EIA) : เป็นกิจกรรมที่จัดให้มีขึ้นในกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ เพื่อนำข้อกังวลและข้อเสนอของชุมชน ไปศึกษาและจัดทำมาตรการต่าง ๆ ให้โครงการเกิดผลกระทบทางลบน้อยที่สุดและอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยภาคประชาชนสามารถมีส่วนร่วมใน EIA ได้ตั้งแต่เริ่มโครงการ ขั้นตอนประเมินต่าง ๆ และขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงาน
          EHIA (Environmental Health Impact Assessment) คือ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันมีประเภทและโครงการที่ต้องทำรายงาน EHIA ทั้งหมด 12 ประเภท ซึ่งภาคประชาชนสามารถมีส่วนร่วมตั้งแต่การริเริ่มโรงการ การกำหนดขอบเขตและแนวทาง การรับฟังความคิดเห็น การประเมินและจัดทำรายงาน EHIA พร้อมทั้งการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงาน และมาตรการต่างๆ
          EHIA แตกต่างจาก EIA ตรงที่ EHIA เป็นโครงการขนาดใหญ่กว่า มีการรับฟังความคิดเห็น การศึกษาทรัพยากรชีวภาพ ระบบนิเวศ สุขภาพที่เข้มข้นกว่า
          SEA การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ ได้รับการผลักดันเพื่อใช้กับการวางแผนพัฒนาของประเทศ ได้ถูกบรรจุเป็นหนึ่งในข้อเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามมาตร 31 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ซึ่งปัจจุบันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกัน เพื่อผลักดัน SEA ให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม

บ่าย เริ่มเวลา 12.02 น.

20170331-ART02-01

          1. ดร.มงคล ธีระนานนท์ จ.นครศรีธรรมราช นักวิชาการด้านการจัดการ และตัวแทนสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
              - เราจะต้องเปิดใจ ดูว่าทำไมต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
              - ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา เกี่ยวกับเชื้อเพลิงที่ใช้ ที่ตั้ง และผลกระทบสิ่งแวดล้อม
              - การสร้างโรงไฟฟ้าจะทำให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และวิศวกรรม
              - ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า 1-5 ตารางกิโลเมตร ทำอย่างไรจึงจะเป็นหุ้นส่วนกับโรงไฟฟ้า ซึ่งเขาจะรักองค์กรของเขา

20170331-ART02-02

          2. นายสมชาย สีมา รองประธานหอการค้า จ.สุราษฎร์ธานี
              - การนำพลังงานใดมาทดแทน เหมือนเป็นเหรียญสองด้าน อยากให้ฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน เป็นโอกาสดีที่เปิดรัฟังความคิดเห็นในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
              - การใช้พลังงานไฟฟ้าชนิดใดก็ตาม ขอให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างระมัดระวัง และต่อเนื่อง
              - หอการค้า ฯ เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้า แต่ต้องทำเชิงพิจารณ์อย่างระมัดระวัง อย่ามองข้ามความคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ของประชาชน

20170331-ART02-03

          3. นายกิตติ กิตติชนม์ธวัช ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร
              - ประชาชนในประเทศจีน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับถ่านหินในชีวิตประจำวัน แม้แต่การนำผงถ่านหินมาใช้หุงข้าวด้วยเตารังผึ้ง
              - ในซัวเถา มีโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่กลางเมือง แต่จะไม่ขนส่งในระยะทางไกล ทำการโหลดจากจุดกองถ่านเข้าเตาเผา
              - นอกจากพลังน้ำ ก๊าซธรรมชาติ ยังมีเชื้อเพลิงตัวอื่นๆ กระทรวงพลังงานต้องให้ข้อมูลเรื่องเชื้อเพลิงถ่านหินให้ชัดเจน ทั้งส่วนดีและส่วนเสีย
              - มุมมองส่วนตัว ภาคใต้ของไทยกับจีน มีลักษณะต่างกัน ในประเทศจีนมีการปรับตัว ยกเลิกโณงไฟฟ้าถ่านหิน และสร้างนิวเคลียร์แทน
              - การจัดสรรสิทธิประโยชน์ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เช่น ใช้ไฟฟรี การเป็นหุ้นส่วน ฯลฯ
              - การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ควรอยู่ติดทะเล ควรแจ้งให้ทราบว่ามีการปล่อยออกของมลภาวะในระดับมาตรฐาน อย่างไร

20170331-ART02-04

          4. นายณัฐพงษกร คุ้มตะกั่ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง
              - การพัฒนาประเทศ มักมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน จำเป็นต้องมีการแสดงออก บางครั้งดำเนินการอย่างผิดกฎหมายก็เสียโอกาส
              - ประเทศไทย ไม่เหมือน อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เราวิ่งแข่งตามเขาไปก็ไร้ประโยชน์ กรณีไฟฟ้า ถ้าเราผลิตไฟฟ้าตามบริบทของประเทศชาติตนเอง ก็จะมีประโยชน์
              - ในบริบทของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นเมืองสวรรค์ ไฟฟ้าไม่ได้ทำให้ จ.กระบี่ เจริญ
              - น่าเจ็บใจ...ประเทศลาว ขอใช้สายส่งของไทย ส่งไฟฟ้าไปยังประเทศมาเลเซีย

20170331-ART02-05

          5. นายพัฒนา รัตนพันธ์ กำนัน ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
              - สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความจริงใจในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน ก่อนทำโครงการ และอยากให้ชี้แจงให้คนในพื้นที่ได้รับทราบเบื้องต้นถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเน้นการประชาสัมพันธ์อย่างเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

20170331-ART02-06

          6. นายศักดิ์ริน อินทราช ม.2 บ.เหยียด ต.ป่าเว อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
              - มาในฐานะกลุ่มคัดค้าน ส่งเสริมแต่ขัดข้อง ให้ไปสร้างในที่ที่ไม่มีผลกระทบ ถ้ามีผลกระทบน้อยที่สุด ก็เท่ากับกระทบกับชีวิตคน
              - กองทุนโรงไฟฟ้า กว่าจะมาถึง กว่าจะมาช่วยเหลือประชาชน ก็ช้าไปเสียแล้ว
              - เกิดความขัดแย้ง ระหว่างผู้สนับสนุน และผู้คัดค้าน
              - การรับฟังความคิดเห็น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน รับฟังโดยที่ไม่ทำความเข้าใจกับชาวบ้านมาก่อน ชาวบ้านไม่รู้ว่าโรงไฟฟ้าของรัฐหรือเอกชน ผลิตไฟแล้วเอาให้ชาวบ้านใช้ แต่จริง ๆ แล้วขายให้กับ กฟผ.
              - ไม่เห็นด้วยกับการให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม โดยจัดเวทีให้ลงชื่อและแจกของ
              - ห้ามโรงไฟฟ้าอยู่ในพื้นที่ชุมชนเลย
              - การสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลต้องห่างจากชุมชนมากกว่า 5 กิโลเมตร

20170331-ART02-07

          7. นางสุนันท์ แสงอรุณ ม.3 บ.บ่อดินเก่า ต.ทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี
              - ชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าขยะ
              - การสร้างบ่อขยะโดยขุดบ่อถึงชั้นน้ำใต้ดิน จะส่งผลถึงการอุปโภคบริโภคของชาวบ้าน

20170331-ART02-08

          8. นายสิทธิโชค เล็งไพบูลย์ ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการ ฯ จ.ชุมพร
              - ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องการ เป็นความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต
              - ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านไม่มีไฟฟ้า ใช้ตะเกียง วันที่มีไฟฟ้าใช้เป็นวันแรก รู้สึกว่าโลกสดใสมาก ไฟฟ้าเป็นเหมือนสิ่งศิวิไลซ์ที่ทุกคนต้องการ คงไม่มีใครปฏิเสธ
              - การจัดการเรื่องพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่ที่เหมาะสม สอดคล้อง เป็นเรื่องที่สำคัญ
              - ความมั่นคงพลังงาน จากรายงานของ IEA 2016 ที่กล่างถึงการจัดการพลังงานที่ไม่มีความสมดุลสอดคล้องกับสภาพเป็นจริง ขาดการมีส่วนร่วมกับภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะคณะกรรมการด้านกำกับพลังงานที่ยังขาดบทบาท
              - การผลักดันพื้นที่ ให้รองรับนโยบายการผลิตพลังงาน ภาคใต้มีสิ่งที่สามารถใช้ในการผลิตและเอื้อำนวยต่อการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน อย่างพืชหมุนเวียนได้
              - ประเทศไทยลงนามในการลดก๊าซเรือนกระจกลง
              - การลงมือจัดการเรื่องพลังงาน การทำ EIA / EHIA ควรกำหนดรูปแบบที่ชัดเจน เหมาะสม ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการที่ถูกต้อง เพราะทุกคนต้องการไฟฟ้าเช่นเดียวกัน

20170331-ART02-09

          9. นายธีรวุฒิ สิทธิสุราษฏร์ จ.สุราษฎร์ธานี
              - ให้ความสำคัญในเรื่องการประหยัดพลังงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ
              - การใช้หลอด LED จะช่วยลดรายจ่ายการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนได้ อยากให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชน
              - อยากให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปดูแล
              - ปัจจุบัน การสื่อสารมีความสำคัญ ถ้าไม่มีไฟฟ้าใช้ จะทำให้การสื่อสารไปได้ไม่ทั่วถึง
              - ภาคใต้ต้องลดการใช้ไฟฟ้าและหันมาสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ผลิตให้ได้ 100 เมกะวัตต์
              - กฟผ. ยังไม่ซื้อไฟฟ้าจาก ไบโอแก๊ส ทำให้ต้องปล่อยทิ้งไป
              - สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม หรือไม่เป็นดุลพินิจของ คสช. และรัฐบาล
              - ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ

20170331-ART02-10

          10. นายวิทยา ทับเที่ยง พลังงานชุมชน จ.สุราษฎร์ธานี
              - เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้า
              - อีกมุมหนึ่ง ต้องประหยัดพลังงานด้วย เช่น ตำบลประหยัดพลังงาน หรือ การเปลี่ยนไปใช้หลอด LED เพื่อความยั่งยืน และความสุขของคนในชาติ

20170331-ART02-11

          11. นายสุชาติ ทองศรี สมาชิก อบต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร อาสาสมัครพลังงานชุมชนตำบลละแม
              - ถ้าคนในพื้นที่ยอมรับการสร้างโรงไฟฟ้า คนนอกพื้นที่ก็ต้องให้ความสำคัญ
              - ไฟฟ้ามีความสำคัญกับการดำเนินชีวิต
              - หลาย ๆ พื้นที่ ก็มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าแตกต่างกัน เช่น ชีวมวล ลม

20170331-ART02-12

          12. นายธีระ แก้วพิมล อุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี
              - พลังงานเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ของโลก
              - พื้นฐานของวิธีคิด นำไปสู่การปฏิบัติที่สมดุล โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
              - เศรษฐกิจของ จ.สุราษฎร์ธานี โตจากภาคอุตสาหกรรม เป็นอันดับสาม
              - จ.สุราษฎร์ธานี มีการแปรรูปเกษตร และการประมงเป็นอันดับหนึ่ง
              - ประชาชนที่มาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วย ถ้ามีการนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ ก็ควรต้องยอมรับเห็นด้วย

20170331-ART02-13

          13. นายธรรมนูญ จันทร์ภักดี ประธานศูนย์ชุมชนเกษตรอินทรี จ.ระนอง
              - จ.ระนอง มีไฟฟ้าไม่พอใช้ ไฟดับบ่อย ระนองไม่ได้ยืนอยู่บนขาของตนเอง ไม่เหมือนกับ จ.สุราษฎร์ธานี โดยรวม ฝั่งอันดามัน ไฟฟ้าไม่มั่นคง เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว
              - หลายประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เข้าไม่ได้นำโรงไฟฟ้ามาด้วย
              - การทำถูกวิธี คือการทำดีให้เขาดี ปัจจุบัน คสช. ทำดีอยู่แล้ว อย่าลืมประชาชน และให้ความสำคัญกับประชาชน
              - ไฟฟ้ากับการเกษตรมีความสำคัญต่อกันมาก
              - สามัคคี ปรองดอง พูดคุย ไม่เดินขบวน

20170331-ART02-14

          14. นายสมใจ ทักษิณ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
              - ให้มีการลงพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง รับผลกระทบ ให้ความรู้แกนนำ พาไปดูโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปลอดภัยมากที่สุดในประเทศไทย

20170331-ART02-15

          15. นายฐานุกูล พัฒนสิน อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.ท่าซ้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
              - มาจากกลุ่มผู้คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าขยะ
              - กำหนดพื้นที่ให้เหมาะสม ไม่ตั้งโรงไฟฟ้าขยะอยู่ใกล้กับพื้นที่ลุ่มน้ำ ชุมชน โรงเรียน

 

**สรุป เวทีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้นำเสนอข้อคิดเห็น (ที่แจ้งจำนงไว้) 25 คน ขึ้นนำเสนอข้อคิดเห็น 15 คน