ทับสะแกเป็นอำเภอหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์มาช้านาน โดยในอดีตเคยเป็นจุดพักของนักเดินเรือของพ่อค้าต่างประเทศ อีกทั้งยังเคยเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยแร่ดีบุก และแร่ฟันม้า จึงทำให้ทับสะแกนั้นเฟื่องฟูทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก มาวันนี้ ทับสะแกได้เปลี่ยนรูปโฉมใหม่ในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัย ตลอดจนจุดประกายความคิดด้านการพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ ที่จะดึงดูดผู้คนแวะเวียนกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นในพื้นที่ และในวันนี้ (15 พ.ค. 2560) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังผลิต 5 เมกะวัตต์ ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งโรงไฟฟ้าแห่งนี้มีลักษณะพิเศษคือ ประกอบด้วยชนิดของเซลล์แสงอาทิตย์ถึง 4 ชนิดในการผลิตไฟฟ้า เพื่อเปรียบเทียบชนิดของเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าที่ดัที่สุดด้วย

          ไม่เพียงแต่มีโรงไฟฟ้า ในบริเวณใกล้กันยังมี ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการในวันเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางด้านพลังงาน โดยเฉพาะด้านพลังงานหมุนเวียน ทั้งแสงอาทิตย์ พลังลม พลังน้ำ ชีวมวล ผ่านการนำเสนอด้วยรูปแบบที่หลากหลาย เช่น โรงภาพยนตร์ 4 มิติ ที่มาทั้งภาพ เสียง และสัมผัส รวมไปถึงยังมีเกมส์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยการให้ปัดก้อนเมฆที่ปกคลุมอยู่บนท้องฟ้า เพื่อให้เซลล์แสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุด

          ที่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้นั้นจะมีจอแสดงผลที่แสดงให้เห็นถึงกำลังผลิตไฟฟ้าจากชนิดของเซลล์แสงอาทิตย์ประเภทต่างๆ รวมไปถึงภาพแบบ 4 มิติ ที่ทำให้ผู้ถ่ายภาพเสมือนกับเดินอยู่บนสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. อีกด้วย และอีกไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือ หอคอยชมโรงไฟฟ้า ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ไกลสุดลูกหูลูกตา

          นอกจากนี้แล้ว ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ยังได้บอกเล่าถึงเรื่องราวของอำเภอทับสะแกในอดีต มาจนถึงปัจจุบัน เพื่อทำให้ผู้เข้าชมรู้จักอำเภอแห่งนี้ให้มากขึ้น เพราะเป็นเมืองที่มี่ประวัติศาสตร์อยู่กับกับประเทศไทย และชุมชนชาวทับสะแกมาเป็นเวลาช้านาน

          ในอนาคต ในบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะมีโครงการวิจัยการพัฒนาต้นแบบโรงไฟฟ้าระบบก๊าซชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์ กำลังผลิต 500 กิโลวัตต์ ปัจจุบันอยู่ในช่วงทดลองหาสูตรการผลิตเชื้อเพลิงที่เหมาะสมที่สุด

          ทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นที่ทับสะแก จะเปลี่ยนแปลงพื้นที่ของทับสะแกให้เป็นแหล่งผลิต และแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย