20180426 ART01 03

 

          ภายหลังจากวิกฤตฟุกุชิมา เมื่อปี 2554 ทำให้ประเทศญี่ปุ่นต้องทบทวนแผนพลังงานของประเทศ จากที่พึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์เป็นหลัก หันไปกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงทั้งถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ รวมไปถึงพลังงานหมุนเวียน

          อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ได้เสนอบทความสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของหลายฝ่ายว่า การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่า และสัตว์ป่า

          ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้มุ่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างมาก หลังจากที่ผู้นำแดนปลาดิบได้ให้สัตยาบันในข้อตกลงปารีสในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยโครงการเซลล์แสงอาทิตย์ลอยน้ำ ที่เขื่อนยามากูระ จังหวัดชิบะ ซึ่งเป็นโซลาร์เซลล์ลอยน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว

 

20180426 ART01 02

เซลล์แสงอาทิตย์ลอยน้ำ ที่เขื่อนยามากูระ

 

          อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในจังหวัดชิบะได้แสดงความกังวลว่า การเร่งติดตั้งแผงแสงอาทิตย์มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดหายนะทางสิ่งแวดล้อม แม้ว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ตาม

          นอกจากนี้แล้ว ชาวบ้านในเมืองคาโมกาวะ เมืองแห่งหนึ่งในจังหวัดชิบะยังไม่เห็นด้วยกับการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ เนื่องจากจะมีการทำลาป่าเก่าแก่ขนาดถึง 300 เฮกตาร์ หรือประมาณ 1,875 ไร่ เลยทีเดียว

          อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริษัทเจ้าของโครงการโซลาร์เซลล์ขนาดยักษ์ใหญ่ที่เมืองคาโมกาวะได้ระบุว่าจะสงวนป่าไว้ครึ่งหนึ่ง ทว่า Noriyuki Imanishi แกนนำกลุ่มคัดค้านโครงการ ระบุว่าการกระทำดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะช่วยรักษาชีวิตของสัตว์ป่า

          “ภายใต้มาตรการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนญี่ปุ่น ไม่มีความจำเป็นต้องจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อม แต่เรามั่นใจว่า โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะมีผลกระทบในทางลบต่อสัตว์ป่าในพื้นที่ โดยมีทั้งกวาง และหมูป่าในพื้นที่ และ นี่จะเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม” Imanishi ระบุ

         นอกจากนี้ บริษัทพลังงานกำลังมองหาพื้นที่ที่เหมาะสมทางต้นทุน และมีขนาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้นั้นต้องแลกมากับพื้นที่ที่เต็มไปด้วยภูเขาที่มีประชากรที่อาศัยบริเวณชายฝั่งจำนวนมาก โดยปัจจุบัน โครงการโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์นั้นอยู่ในระหว่างการก่อสร้างหลายแห่งในประเทศ ซึ่งหมายรวมถึงในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศ อย่างคาบสมุทรอิซุ และงอุทยานแห่งชาตินิกโก

         กระนั้นก็ตาม หากทางเจ้าหน้าที่รัฐในระดับท้องถิ่นเล็งเห็นว่าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่เป็นแหล่งรายได้จากภาษี รวมไปถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ไม่แพง คงจะเป็นเรื่องยากที่จะต่อต้านการก่อสร้างดังกล่าว

          ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สถาบันพลังงานหมุนเวียนญี่ปุ่นเองก็เคยระบุแสดงความกังวลในรายงานปี 2560 ถึงผลกระทบของโครงการโรงไฟฟ้าหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่จะมีต่อพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และทางธรรมชาติ ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำถึงความกังวลของนักเคลื่อนไหวที่ว่า การทำลายพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์ และภูเขาจะเพิ่มความเสี่ยง ซึ่งจะเกิดขึ้นจากน้ำท่วม และดินสไดล์

          “นี่ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพลังงานหมุนเวียน และพลังงานนิวเคลียร์” Yasufumi Horie สมาชิกกลุ่มคัดค้านโครงการคาโมกาวะกล่าว ซึ่งเจ้าตัวแสดงจุดยืนว่า ตนเองสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน แต่เป็นกังวลเรื่องขนาด และสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

 

         ที่มา : Japan's renewable energy puzzle: solar push threatens environment
                   https://www.theguardian.com/world/2018/apr/19/japans-renewable-energy-puzzle-solar-push-threatens-environment

         แปล และเรียบเรียง ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์