โครงการ FSRU อยู่ระหว่างลงพื้นที่สำรวจด้านเศรษฐกิจ สังคมและความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ในพื้นที่ศึกษาโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติฯ ในจังหวัดสมุทรปราการ คืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 90 คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2561 ทั้งนี้พบว่าประชาชนส่วนใหญ่มีทัศนคติเป็นกลางต่อโครงการ

20180524 MIS02 01

          ว่าที่ พ.ต.ดร.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ (Floating Storage and Regasification : FSRU) บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน โครงการท่าเทียบเรือ FSRU และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจาก FSRU ไปยังโรงไฟฟ้าพระนครใต้ว่า ภายหลังจาก กฟผ. และบริษัท อีอาร์เอ็ม - สยาม จำกัด บริษัทที่ปรึกษาในการศึกษา และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ดำเนินการจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ครั้งที่ 1 บริเวณพื้นที่ที่โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติฯ ส่วนบนบก ในจังหวัดสมุทรปราการแล้วเสร็จ ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561

          จากนั้น กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษา ได้ลงพื้นที่ดำเนินงานตามกระบวนการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการลงพื้นที่สำรวจด้านเศรษฐกิจ สังคมและความคิดเห็นของประชาชน (Socio - Economic and Opinion Survey) ในกลุ่มผู้นำและประชาชน (ครัวเรือน, สถานประกอบการ, หมู่บ้านจัดสรร) หน่วยงานราชการ สถานพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถาน และกลุ่มองค์กรต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษาทั้งในและนอกระยะประชิด เพื่อชี้แจงข้อมูลและรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ รวมถึงการเก็บแบบสอบถามสำรวจสภาพเศรษฐกิจ สังคม และรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลต่อการดำเนินงานโครงการ ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีความคืบหน้าการดำเนินงานลงพื้นที่สำรวจฯ ในระยะประชิดไปแล้วร้อยละ 87 และนอกระยะประชิด (ในรัศมี 500 เมตร) ไปแล้วร้อยละ 88.5 ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จครบทุกพื้นที่ศึกษา ภายในเดือนพฤษภาคม 2561 ทั้งนี้ จากการประเมินทัศนคติต่อโครงการจากการลงพื้นที่ภาคสนาม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีทัศนคติเป็นกลางต่อการดำเนินงานโครงการ

          สำหรับ แนววางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ส่วนบนบก ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษาโครงการที่มีความเป็นไปได้และเหมาะสมมากที่สุด คือ จุดขึ้นท่อบนบก ในเขตคลองระบายน้ำบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ (ฝั่งทิศตะวันตก) ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เชื่อมต่อไปยังเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ กฟผ. ประกอบด้วย เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 kV เส้นบางปะกง - บางพลี (ฝั่งซ้าย) ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เรื่อยมาจนถึงเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 kV เส้นบางพลี - เทพารักษ์ (ฝั่งซ้าย) ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร และเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 kV เส้นเทพารักษ์ - พระนครใต้ (ฝั่งซ้าย) ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร จนกระทั่งถึงโรงไฟฟ้าพระนครใต้ รวมระยะทางทั้งสิ้น ประมาณ 40 กิโลเมตร

          โครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ (FSRU) บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน โครงการท่าเทียบเรือ FSRU และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจาก FSRU เป็นโครงการเตรียมความพร้อมรองรับเชื้อเพลิงให้กับประเทศและเสริมความมั่นคงในการจัดหาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว เป็นไปตามมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 มอบหมายให้ กฟผ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ FSRU ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนเป็นแห่งแรกของประเทศไทย สำหรับรองรับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในปริมาณ 5 ล้านตันต่อปี เพื่อจัดส่งก๊าซธรรมชาติให้กับโรงไฟฟ้าพระนครใต้และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ รวมทั้งจัดส่งก๊าซธรรมชาติเข้าสู่โครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จและส่งก๊าซธรรมชาติได้ในปี 2567