แผง Solar Cell จำนวนกว่า 100 แผง ถูกวางเรียงรายบนหลังคาอาคารของมูลนิธิเด็ก "บ้านทานตะวัน" อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเมื่อได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ในช่วงเวลากลางวัน ก็สามารถผลิตไฟฟ้าไว้ใช้ได้มากพอที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายจากค่าไฟฟ้าลงได้

 

         มูลนิธิเด็กแห่งนี้ ประกอบไปด้วยอาคาร 3 อาคาร ที่ถูกออกแบบไว้อย่างร่มรื่นและเป็นสัดส่วน เมื่อมองเข้าไปจะพบกับอาคารสำนักงานกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ อาคารบ้านทานตะวันซึ่งเป็นห้องเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึง 4 ปี และอาคารโรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็กสานรัก ซึ่งจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กระดับชั้นอนุบาล และระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น

 

 

         เด็กๆ ที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ นั้น มีจำนวนนับร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมาจากครอบครัวที่ยากจน ครอบครัวแตกแยก ครอบครัวที่เสพหรือขายยาเสพติด โดยมูลนิธิฯ จะดูแลเด็กเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ผ่านการเรียนการสอนที่สัมพันธ์กับพัฒนาการความต้องการตามธรรมชาติของเด็กแต่ละวัย จนกว่าทางครอบครัวจะมีความพร้อมที่จะมารับกลับไปดูแล หรือจนกว่าจะพ้นวัยเด็ก แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมีไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ค่าไฟฟ้า”

 

         กฟผ. โดยคณะทำงานส่งเสริมโรงไฟฟ้าชุมชนต้นแบบ ซึ่งมีนายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม (ชคส.) เป็นประธานคณะทำงาน มีทีมวิศวกรจากฝ่ายพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน (อพม.) และทีมผู้ปฏิบัติงานจากฝ่ายกิจการสังคม (อกค.) ได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจ พบว่า มูลนิธิเด็กมีพื้นที่ไม่มากพอที่จะติดตั้งแผง Solar Cell ด้วยระบบ Solar Farm จึงจำเป็นต้องติดตั้งด้วยระบบ Solar Rooftop แทน จำนวน 3 จุด ขนาดแผง 320 วัตต์ จำนวน 108 แผง ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าได้ 34.56 กิโลวัตต์ ดังนั้น กฟผ. จึงได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 1.8 ล้านบาท สำหรับการติดตั้ง เพื่อให้มูลนิธิเด็กสามารถผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากค่าไฟฟ้าลงได้

 

 

         “มูลนิธิเด็กเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ให้ความช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในสังคม เป็นองค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อสังคมอย่างแท้จริง ดังนั้น กฟผ. ควรจะต้องมีส่วนร่วมในการทำคุณประโยชน์เพื่อสังคมร่วมกัน” นายฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน (อพม.) ได้กล่าวในพิธีเปิดระบบไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ณ มูลนิธิเด็ก บ้านทานตะวัน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

 

         บรรยากาศของงานในวันนั้นเต็มไปด้วยความยินดีและภาคภูมิใจที่การดำเนินงานต่างๆ สำเร็จเรียบร้อยไปด้วยดี ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประธานกรรมการมูลนิธิเด็ก ศ.นพ.ประเวศ วะสี กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเด็ก นายพิภพ ธงไชย รวมไปถึงผู้แทนจากมูลนิธิสุขภาพไทย น.ส.รสนา โตสิตระกูล นายสันติสุข โสภณศิริ และนางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ได้ให้เกียรติร่วมพิธีเปิดด้วย

 

 

         นายพิภพ ธงไชย เลขานุการมูลนิธิเด็ก ได้เล่าถึงมูลนิธิฯ แห่งนี้ว่า มูลนิธิเด็ก "บ้านทานตะวัน" ก่อตั้งเมื่อปี 2522 เพื่อสนับสนุนปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ ให้สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ก่อให้เกิดภาวะเด็กยากจนและขาดสารอาหารกว่าครึ่งประเทศ ทางมูลนิธิฯ จึงได้ช่วยเหลือในการเลี้ยงดูเด็ก การจัดการศึกษาในรูปแบบการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติผสมผสานกับความรู้ใหม่ๆ เพื่อที่จะเป็นตัวอย่างให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล พร้อมทั้งมุ่งสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมรณรงค์ปัญหาเด็กในประชาคมอาเซียนต่อไป

 

         ภายหลังการติดตั้ง Solar Cell และใช้งานได้ไปสักระยะจึงพบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายจากค่าไฟฟ้าได้ถึงเดือนละ 17,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินที่ประหยัดลงได้นี้จะนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมเพื่อส่วนรวมมากขึ้น นับเป็นความภาคภูมิใจที่ กฟผ. ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชุมชน ยกระดับสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมและพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

         “มูลนิธิเด็กได้ทำตามความตั้งใจของผู้บริจาคในการใช้เงินไปกับค่าอาหารและการศึกษาของเด็กๆ ทั้งสิ้น จึงขอขอบคุณ กฟผ. ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยการติดตั้งแผง Solar Cell ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในด้านไฟฟ้าลดลง สภาพความเป็นอยู่ของมูลนิธิเด็กก็ดีขึ้น เพราะสามารถเปิดเครื่องปรับอากาศได้ในพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งหลังจากนี้หากได้รับการสนับสนุนในการติดตั้งแผง Solar Cell จาก กฟผ. เพิ่มเติม ก็จะสามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟมาก อาทิเช่น ตู้เย็นและตู้แช่แข็งที่ใช้เก็บอาหารสำหรับประกอบอาหารให้เด็กๆ การเปิดเครื่องปรับอากาศภายในอาคารบ้านทานตะวันที่จำเป็นต้องใช้หลายห้องในเวลากลางวันและกลางคืน ซึ่งจะส่งผลให้เด็กเล็กที่อาศัยอยู่ในอาคารนี้รู้สึกสบายตัวขึ้น ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในเด็กแรกเกิดลงได้ เพราะไม่ต้องสัมผัสกับฝุ่นละออง ความชื้น ยุง หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่อาจมารบกวนในขณะนอนหลับ รวมถึงอาคารโรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็กสานรัก ซึ่งมีเด็กจำนวนกว่า 60 คน ที่กำลังอยู่ในวัยซน สนุกกับการเล่นดินเล่นทราย ปีนต้นไม้ เสื้อผ้าก็จะมอมแมม กลายเป็นงานหนักของทางแม่บ้านที่ต้องซักผ้าหลายชุด ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องของสุขอนามัยที่จะต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ผ้าไม่แห้งจึงต้องใช้ทั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าที่กินไฟมาก หากมีการติดตั้ง Solar Cell เพิ่มขึ้น ก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯ ยังได้ใช้ไฟในด้านการเกษตร โดยทำแปลงผักปลอดสารพิษไว้ปลูกฝังให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องวิธีการทำการเกษตร ธรรมชาติรอบตัว สัตว์ต่างๆ ที่อยู่ในสวนผัก และระบบนิเวศ ทำให้เด็กมีนิสัยรักธรรมชาติ ถึงแม้ว่าผักที่ปลูกผักกินเองจะมีไม่มาก แต่ก็ปลอดสารพิษและปลอดภัยสำหรับเด็ก” นายพิภพ ธงไชย กล่าวเพิ่มเติม

 

         รอยยิ้มแห่งความดีใจของเด็กๆ และคนในมูลนิธิฯ หลังจากที่ได้มีระบบพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการผลิตไฟฟ้าไว้ใช้ภายในอาคารนั้น ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ของขวัญสำหรับพวกเขาที่ได้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ กฟผ. ยังช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานที่มีอยู่ได้อย่างมีคุณค่า ส่งผลให้มูลนิธิเด็กสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายค่ากระแสไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังเป็นกำลังใจดีๆ ที่ส่งต่อให้คน กฟผ. มีแรงใจในการช่วยเหลือสังคมต่อไปด้วยเช่นกัน