random-csr-img02.jpg

         จากเหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่สนใจของคนไทยทั้งประเทศมากที่สุดในขณะนี้ คือปฏิบัติการค้นหาโค้ชทีมฟุตบอลเยาวชนท้องถิ่น “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” พร้อมลูกทีมรวม 13 ชีวิต ที่สูญหายเข้าไปในวนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมบูรณาการในปฏิบัติการ รวมถึง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ให้ความร่วมมือในภารกิจครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยนำทั้งกำลังคนและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าสนับสนุนอย่างเต็มที่

         เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2561 กฟผ. เหมืองแม่เมาะ ส่งทีมงานจำนวน 4 คน เข้ารายงานตัวที่ศูนย์อำนวยการและร่วมรับฟังข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเตรียมระดมเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับปฏิบัติการค้นหาดังกล่าว

         วันที่ 27 มิถุนายน 2561 กฟผ.แม่เมาะ ได้ส่งทีมงานให้ความช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ทีม ประกอบด้วย 1. ทีมผู้เชี่ยวชาญระบบสูบน้ำและระบบไฟฟ้า เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ และ 2. ทีมผู้ปฏิบัติงานพร้อมอุปกรณ์ Borescope หรือกล้องส่องภายในพื้นที่แคบ สำหรับหย่อนลงไปภายในปล่องถ้ำที่ทีมเดินสำรวจค้นพบ เพื่อให้เห็นสภาพภายใน ซึ่งอาจจะช่วยให้การค้นหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ในวันดังกล่าวพบอุปสรรคที่สำคัญคือระดับน้ำภายในถ้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง

         วันที่ 28 มิถุนายน 2561 กฟผ. แม่เมาะ ปรับแผนการสนับสนุนด้านบุคลากรออกเป็น 2 ทีม ได้แก่ 1) ทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านการเจาะระเบิด ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานแผนกเจาะระเบิด จำนวน 3 คน ประจำยังศูนย์อำนวยการ โดยประสานงานร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ หาแนวทางและวิธีการทำงานที่เหมาะสม ในกรณีที่ต้องมีการเจาะโพรงถ้ำ และ 2) ทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านระบบสูบน้ำและระบบไฟฟ้าประกอบด้วย ทีมผู้ปฏิบัติงานแผนกซ่อมและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และแผนกบำรุงรักษาไฟฟ้าเครื่องจักรกล ได้นำอุปกรณ์ช่วยค้นหาผู้สูญหายไปสมทบเพิ่มเติม ประกอบด้วย เครื่องปั่นไฟขนาด 5 กิโลวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง เครื่องสกัดคอนกรีต (สกัดไฟฟ้า) ขนาด 1,510 วัตต์ จำนวน 2 เครื่อง และขนาด 900 วัตต์ จำนวน 1 เครื่อง สายไฟชนิดกันน้ำ VCT 3 x 2.5 ตารางมิลลิเมตร พร้อมปลั๊กพ่วง ความยาว 500 เมตร และเชือกมะนิลา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร ความยาว 200 เมตร

         วันที่ 29 มิถุนายน 2561 ส่งสาย Power main กันน้ำขนาด 4 x 50 ตารางมิลลิเมตร ความยาว 1,250 เมตร พร้อมอุปกรณ์ต่อสายไฟฟ้าครบชุด เพื่อไปใช้เป็นสายไฟหลักเสริมการจ่ายไฟที่จะใช้กับเครื่องสูบน้ำร่วมกับเจ้าหน้าที่ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าเดินทางไปสมทบกับทีมงานที่เดินทางไปก่อนหน้านี้

         วันที่ 30 มิถุนายน 2561 ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบำรุงรักษาไฟฟ้าของเหมืองแม่เมาะได้เร่งนำสาย Power Main ขนาด 4×50 ตารางมิลลิเมตร ความยาว 1,250 เมตร เชื่อมต่อเข้ากับเครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายกระแสไฟฟ้า สนับสนุนปฏิบัติการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน อำนวยความสะดวกให้กับหน่วยปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 คน โดยคาดว่าหากสามารถเชื่อมต่อสาย Power Main แล้วเสร็จ กระแสไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจาก 90 แอมป์ เป็น 150 แอมป์ ช่วยให้เครื่องสูบน้ำจำนวน 26 เครื่อง ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในถ้ำทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

         ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 นักประดาน้ำจาก กฟผ. เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ รวม 6 คน พร้อมด้วยถังอากาศ จำนวน 20 ถัง เรกกูเรเตอร์ 10 ชุด อุปกรณ์ควบคุมความดันและเครื่องอัดอากาศ เดินทางถึงถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย แล้ว รวมทั้งยังมีทีมผู้ปฏิบัติงานจากฝ่ายบำรุงรักษาไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์ Borescope จำนวน 2 เครื่อง ร่วมสมทบเพิ่มเติม เพื่อร่วมปฏิบัติการค้นหา

         นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนหลอด Smart LED จำนวน 857 หลอด ให้กับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.เชียงราย เพื่อให้แสงสว่างภายในถ้ำ ซึ่งภายในถ้ำหลวงนั้น ยังคงมีกระแสน้ำที่แรง และระดับน้ำมีความลึกแตกต่างกัน รวมทั้งความมืดทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งทุกทีม รวมทั้ง กฟผ. ได้ร่วมมือกันอย่างเต็มความสามารถ

         ทั้งนี้ กฟผ. พร้อมให้การสนับสนุนทั้งบุคลากรและอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องและเต็มที่ เพื่อใช้ในปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจำนวน 13 คน และชาว กฟผ. ทุกคนจะร่วมส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของผู้สูญหาย ขอให้เด็ก ๆ ทุกคนปลอดภัยและพบโดยเร็ว