024.jpg

20180726 PRE02 01

         กฟผ. เตรียมมาตรการรองรับกรณีแหล่งพัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย หยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ 28 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2561 ขอความร่วมมือคนไทยใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด พร้อมประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความมั่นคงในระบบไฟฟ้า

         นายจรรยง วงศ์จันทร์พงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับสื่อมวลชนภาคใต้ ในหัวข้อ “ความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าไทย : กรณีหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง JDA - A18” ณ โรงแรมบีพี แกรนด์ทาวเวอร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีสื่อมวลชนภาคใต้ร่วมการสัมมนาจำนวนมาก

         นายจรรยง วงศ์จันทร์พงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า กล่าวว่า กฟผ. ได้รับการประสานจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แจ้งการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งพัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย (JDA – A18) ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2561 รวม 5 วัน เพื่อบำรุงรักษาประจำปี ส่งผลให้ปริมาณก๊าซฯ หายไปจากระบบ 440 ล้านลูกบาศก์ฟุต ทำให้โรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 1 และ 2 กำลังผลิตรวม 1,345 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักของภาคใต้ไม่สามารถเดินเครื่องได้ กฟผ. จึงต้องปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติเป็นน้ำมันดีเซล โดยในช่วงเวลาที่หยุดจ่ายก๊าซฯ คาดการณ์ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 6.1 ล้านลิตร และน้ำมันเตา 6 ล้านลิตร

         สำหรับการเตรียมความพร้อมของระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับการหยุดจ่ายก๊าซฯ ในครั้งนี้ ได้แก่ 1. ทำการตรวจสอบอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าล่วงหน้าเพื่อให้มีความพร้อมใช้งาน รวมถึงงดบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีการหยุดจ่ายก๊าซ 2. หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะประสานซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซียผ่านระบบส่งกระแสตรงแรงดันสูง (High Voltage Direct Current Transmission System : HVDC) และระบบส่งกระแสสลับแรงดันสูง (High Voltage Alternating Current Transmission System : HVAC) 3. เตรียมโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ สุราษฎร์ธานี (Emergency Standby) ให้พร้อมเดินเครื่องตลอดช่วงเวลา

         “กฟผ. ได้เตรียมทีมงานติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที โดยคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้ในช่วงหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติไว้ที่ 2,550 เมกะวัตต์ ขณะที่ความพร้อมด้านกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าภาคใต้มีประมาณ 2,936 เมกะวัตต์ รวมการส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงจากภาคกลาง (Tie Line) อีก 650 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว คาดว่าสถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้ในช่วง 5 วัน จะผ่านพ้นไปด้วยดี ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอให้ พี่น้องประชาชนช่วยกันใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด เพื่อเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ www.sothailand.com” นายจรรยง วงศ์จันทร์พงษ์ กล่าวในที่สุด