006.jpg

         ทุก ๆ ช่วงปลายฤดูหนาวที่กำลังจะผลัดเปลี่ยนไปยังต้นฤดูร้อน มักจะมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศค่อนข้างสูง ปัญหาการเกิดไฟวาบตามผิวฉนวนทางไฟฟ้า (Flash Over) ระหว่างลูกถ้วยตามสายส่งไฟฟ้าจึงมีมากกว่าปกติ เนื่องจากคราบเขม่าฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ที่ลูกถ้วยสัมผัสกับความชื้นสัมพัทธ์ที่มีค่าสูงพอที่จะทำให้กลายเป็นตัวนำไฟฟ้าได้ การเกิด Flash Over ของกำลังไฟฟ้าบนผิวของลูกถ้วย จึงเป็นที่มาของความผิดพร่องในระบบไฟฟ้า (Transient Faults)

         นายสมพล วีระดำรงพันธุ์ วิศวกรระดับ 9 นายรัฐวิชญ์ พุฒิพัฒนาศักดิ์ วิศวกรระดับ 7 นายสมคะเน พรหมศร วิศวกรระดับ 7 และคณะ จากฝ่ายระบบควบคุมและป้องกัน พร้อมด้วยฝ่ายวางแผนเทคโนโลยีสารสนเทศ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงคิดค้นระบบเฝ้าระวังความชื้นบริเวณอุปกรณ์ในระบบส่ง (Moisture Monitoring System in Transmission System Equipment) เพื่อใช้ติดตั้งตามแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น บริเวณที่ใกล้โรงงานปูนซีเมนต์ มีการระเบิดหิน หรือบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน ซึ่งมีฝุ่นละอองมาก และจับเคลือบผิวลูกถ้วยอยู่ ส่งผลให้กลายเป็นตัวนำไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิด Flash Over ที่ลูกถ้วยในช่วงเวลาที่มีความชื้นสูงมาก และล่าสุดผลงานนี้ก็ได้คว้าเหรียญทอง สาขานวัตกรรมในอุตสาหกรรมไฟฟ้า และรางวัล IFIA Best Invention Medal ซึ่งเป็นสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดของผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ภายในงาน การประกวดจัดแสดงผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม ในเวทีนานาชาติ 10th International Exhibition of Inventions (IEI 2018) ณ เมืองฝอซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 13 – 15 กันยายน 2561 ที่ผ่านมาด้วย

         ทีมนักประดิษฐ์ทั้ง 3 ท่าน และคณะ ได้เล่าว่า ก่อนที่จะมีระบบเฝ้าระวังความชื้นบริเวณอุปกรณ์ในระบบส่งนี้ มีแนวทางการแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการเปลี่ยนลูกถ้วยเป็นชนิด Fog Type ซึ่งเป็นลูกถ้วยชนิดที่มีความยาวมากขึ้นเพื่อช่วยลดปัญหาการเกิด Flash Over นอกจากนี้ช่างสายจะต้องลงพื้นที่แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเพื่อตรวจฝุ่นบริเวณลูกถ้วยในบริเวณที่มักเกิดปัญหา และหากมีฝุ่นในปริมาณมากก็จะต้องทำการฉีดล้างทำความสะอาดลูกถ้วยให้สะอาด เพื่อป้องกันการเกิด Flash Over ซึ่งเป็นเหตุให้ไฟดับได้ แต่เมื่อระบบนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาและได้ทำการทดลองใช้งานแล้ว ก็พบว่า สามารถเสริมความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งระบบนี้ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์ตรวจวัดที่มีลักษณะเป็นกล่อง ถูกติดตั้งไว้บริเวณเสาส่งไฟฟ้า ทำหน้าที่ในการวัดและส่งข้อมูลความชื้นในบริเวณนั้นเพื่อนำไปวิเคราะห์และประมวลผลด้วยอัลกอริทึม สำหรับประเมินค่าความชื้นตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แล้วทำการแสดงผลในรูปแบบกราฟ (Visualize Display) ตำแหน่งจุดวัดบนแผนที่ Arc GIS และแจ้งเตือนผลการทำนายตามระดับความรุนแรง เพื่อช่วยตัดสินใจในการดำเนินการป้องกันการเกิด Flash Over ตามระดับปริมาณความชื้นที่เกิดขึ้นได้ โดยจะแสดงผลบนเว็บไซต์ http://tstele.egat.co.th ซึ่งวิธีการแจ้งเตือนจะประกอบไปด้วย 3 ระดับ ได้แก่ 1. เฝ้าระวัง คือ ระดับความชื้นที่ไม่รุนแรง 2. Off Re - closer คือ ระดับความชื้นที่รุนแรงขึ้น มีการปิดอุปกรณ์ Re - closer ลงชั่วขณะ และหากระบบเคลียร์ได้จะดึงเบรกเกอร์ขึ้นตามปกติ และ 3. ปลดสายส่ง คือ ระดับความชื้นที่รุนแรง มีการปลดสายส่งในขณะนั้น และใช้สายส่งจากจุดอื่นเพื่อจ่ายไฟฟ้าแทน

         ปัจจุบัน กฟผ. ได้ดำเนินการติดตั้งระบบเฝ้าระวังความชื้นบริเวณอุปกรณ์ในระบบส่งเป็นโครงการนำร่องใน 3 สถานี ซึ่งอยู่ในพื้นที่บางปะอิน กำแพงแสน และไทรน้อย และจะดำเนินการติดตั้งเพิ่มอีก 5 สถานีที่มีฝุ่นจำนวนมาก ตามคำแนะนำจากฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง ณ บริเวณสายส่งขนาด 500 kV ไทรน้อย – ตาคลี วงจร 2 และจอมบึง – ไทรน้อย วงจร 3 ซึ่งอยู่ในบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครปฐม ปทุมธานี และนนทบุรี

         สำหรับองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและเทคนิคในการคิดค้นระบบเฝ้าระวังความชื้นบริเวณอุปกรณ์ในระบบส่งนั้น สามารถนำไปประยุกต์ต่อเพื่อสร้างนวัตกรรมอื่น ๆ ได้อีกมากมาย อาทิ ระบบเฝ้าระวังการโน้มเอียงของเสาโครงเหล็กเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งจะคอยตรวจจับความโน้มเอียงของเสาในจุดเสี่ยงแล้วส่งไปยังฐานข้อมูลส่วนกลาง รวมถึงระบบโทรมาตรต่างๆ เช่น โทรมาตรลุ่มน้ำ ที่จะคอยแจ้งเตือนปริมาณน้ำตามเขื่อนต่างๆ ให้ได้ทราบ เพื่อเฝ้าระวังอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นประโยชน์ต่อ กฟผ. ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้าให้เกิดความเชื่อถือและไว้วางใจจากหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนอีกด้วย