กฟผ. และผู้บริหารกองทัพอากาศ ร่วมลงนาม MOU “การศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริด (Smart Grid)” เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าของกองทัพอากาศให้มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ สนับสนุนด้านความมั่นคงของประเทศ

         เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และพลอากาศโทสุรศักดิ์ อินทร์จำนงค์ รองเสนาธิการทหารอากาศ ประธานคณะกรรมการพลังงานทดแทนกองทัพอากาศ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริด (Smart Grid)” ระหว่าง กฟผ. และ กองทัพอากาศ โดยมี ดร.จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กฟผ. และ พลอากาศตรี ชนะยุทธ รัตนกาล รองเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ หัวหน้าสำนักงานพลังงานทดแทนกองทัพอากาศ ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมทั้งมี นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. นางภาวนา อังคณานุวัฒน์ รองผู้ว่าการบริหาร กฟผ. ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง และผู้บริหารกองทัพอากาศ จำนวน 25 คน ร่วมพิธี ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี

         นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ กล่าวว่า ความเป็นมาของการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ สืบเนื่องมาจากกองทัพอากาศมีโครงการนำร่องในการพัฒนาการจัดการด้านพลังงานในพื้นที่อย่างอัจฉริยะ (Smart Wings) ในกองบิน 2 จังหวัดลพบุรี โดยมีเป้าหมายที่จะลดการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม และสร้างความมั่นคงเชื่อถือได้ให้กับพื้นที่ เนื่องจากเป็นเขตพระราชฐานที่สำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. ที่มุ่งให้แสวงหาความร่วมมือด้านธุรกิจและการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานกับหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่ง Smart Grid เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของ กฟผ. ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกับรองรับความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ในยุคของ Disruptive Technology โดยวัตถุประสงค์ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ มีเจตนารมณ์ทั้งหมด 4 ข้อ ได้แก่ 1. เพื่อร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริด รวมถึงการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ทรัพยากร และบุคลากร ด้านระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริด และการอนุรักษ์พลังงานสิ่งแวดล้อม ในการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อความต้องการที่แต่ละฝ่าย ขาดแคลน 3. เพื่อพัฒนาบุคลากร เพิ่มพูนความรู้ที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจพัฒนาร่วมกัน ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน และ 4. เพื่อร่วมมือกันเผยแพร่และประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริด การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือกันในครั้งนี้ จึงถือเป็นนิมิตหมายอันดีของ กฟผ. ในการก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับกองทัพอากาศ ในบทบาทการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ด้านการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนทางด้านความมั่นคงของประเทศ และเกิดการขยายผลที่เป็นประโยชน์ในวงกว้าง ทั้งต่อองค์การ ต่อประเทศชาติ และประชาชน

         “ปัจจุบัน ระบบไฟฟ้ามีการพัฒนามากขึ้นในสังคมโลก ประกอบกับกระแสการคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนมีการคิดค้นและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น เริ่มเห็นถึงคุ้มค่าที่จะนำการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในพื้นที่ที่ระบบส่งเข้าไม่ถึง กฟผ. จึงได้มีการวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ รวมไปถึงทำระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริด ซึ่งคาดว่าหากได้นำมาใช้กับกองทัพอากาศที่มีพื้นที่นอกแนวสายส่งแล้ว ก็จะทำให้ได้รับประโยชน์จากการมีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ ส่วน กฟผ. เองก็จะได้เรียนรู้ในการลงพื้นที่ทำโครงการ ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายด้วย” นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ กล่าวเพิ่มเติม

         ด้านพลอากาศโทสุรศักดิ์ อินทร์จำนงค์ รองเสนาธิการทหารอากาศ ประธานคณะกรรมการพลังงานทดแทนกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่าย ที่ได้ร่วมกันจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ นี้ขึ้น ซึ่งกองทัพอากาศได้มีการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้ไฟฟ้า จากเดิมที่หลายพื้นที่รับไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันได้มีการผลิตพลังงานหมุนเวียนขึ้นเอง ในรูปแบบของ Solar Farm และชีวมวล จึงเห็นว่าหากมีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เชื่อมระบบนี้เข้าด้วยกัน ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้ไฟฟ้าในระยะยาว นอกจากนี้ พื้นที่ของกองทัพอากาศในปัจจุบัน เป็นพื้นที่สูง มีทั้งสถานีเรดาร์ และสถานีโทรคมนาคม เช่น ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ และภูกระดึง จังหวัดเลย ซึ่งเดิมใช้น้ำมันในการผลิตไฟฟ้า ปัจจุบันได้มีการผลิตไฟฟ้าด้วย Solar Rooftop เพิ่มเติม เมื่อเห็นว่า กฟผ. มีองค์ความรู้ด้านนี้ จึงได้ร่วมมือกันทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ร่วมกัน เพื่อลงพื้นที่ พัฒนาระบบไฟฟ้าต่อไปในอนาคต จึงหวังว่าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ฉบับนี้ จะยังประโยชน์ให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนทางด้านการศึกษาวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การถ่ายทอดความรู้ การบริหารจัดการและการพัฒนาบุคลากรด้านพลังงาน ที่จะเอื้อต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ และการเสริมสร้างขีดความสามารถ การดำเนินการด้านพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานของทั้ง 2 หน่วยงาน ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

         ในโอกาสนี้ ได้นำผู้บริหารกองทัพอากาศ เข้าเยี่ยมชมศึกษาเรียนรู้ด้านพลังงาน การผลิตไฟฟ้า และการอนุรักษ์พลังงาน ภายในศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง ซึ่งได้จัดแสดงไว้ทั้งหมด 7 โซน ได้แก่ 1. โซนจุดประกายแสงแรกในตัวคุณ 2. โซนจากแสงแรก สู่แสงนิรันดร์ 3. โซนคืนสู่สมดุล 4. โซนความภูมิใจริมน้ำเจ้าพระยา 5. โซนนวัตกรรมเพื่อชีวิต 6. โซนโลกที่ยั่งยืน และ 7. โซนค้นพบแสงในตัวเอง รวมถึงโซนนิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งจัดแสดงในหัวข้อ “แสงแห่งแผ่นดิน” ด้วย