กระทรวงพลังงานให้กฟผ. นำร่องเปิดเสรี เป็นผู้จัดหาและนำเข้า LNG รายใหม่สำหรับนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าในปริมาณไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี ปัจจุบันมีผู้ยื่นเสนอ 12 บริษัท คาดว่าจะลงนามสัญญาซื้อขายภายในมิ.ย. 62 และส่งมอบ LNG ล็อตแรกได้ภายในก.ย. 62

     วันนี้(22 เมษายน 2562) ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เป็นประธาน การแถลงข่าวความคืบหน้าการจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) โดยมีนายกุลิศสมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. ร่วมแถลง ณ ห้องประชุม 201 อาคาร ท.100 สำนักงานใหญ่ กฟผ. อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี

     นายวิบูลย์ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า จากมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ โดยมอบหมายให้ กฟผ.นำร่องเป็นผู้จัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)จำนวนไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2562 และมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ที่มีมติให้ราคา LNG ที่กฟผ. จัดหาต้องไม่สูงกว่าราคา LNG ต่ำสุดตามสัญญาจัดหาระยะยาวของประเทศไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและเพิ่มปริมาณก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอกับการผลิตไฟฟ้าโดย กฟผ. ได้เปิดให้มีการยื่นข้อเสนอการแข่งขันด้านราคาจากบริษัทที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์เบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 18 เมษายน2562 และมีผู้ยื่นข้อเสนอการแข่งขันด้านราคาเข้ามาทั้งหมด 12 ราย จากบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นจำนวนทั้งสิ้น34 ราย ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการลงนามสัญญาซื้อขาย LNG กับบริษัทคู่ค้าได้ภายในเดือนมิถุนายน 2562 และจะเริ่มส่งมอบ LNG ล็อตแรกได้ในเดือนกันยายน2562

     นายธวัชชัยจักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในการส่งLNG ไปยังโรงไฟฟ้า กฟผ. ได้ทำสัญญาใช้ท่อส่งก๊าซของ ปตท. และสัญญาใช้สถานีLNG มาบตาพุดส่วนขยายเพิ่มเติมของบริษัทพีทีที แอลเอ็นจี จำกัด เพื่อจัดส่ง LNG สำหรับผลิตไฟฟ้าไปยังโรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าบางปะกง และโรงไฟฟ้าวังน้อย เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคกลาง