กฟผ. เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนจากพิษ COVID-19 ตั้งโรงทานแจกข้าวกล้องไข่เจียว พร้อมด้วยน้ำดื่ม “น้ำใจ” กฟผ. ในพื้นที่วัด 10 แห่ง ครอบคลุม 9 ตำบลของอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ทั้งยังได้จัดส่งมอบให้กับโรงพยาบาลรัฐอีก 7 แห่ง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ด้วย

         เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 นายสุทธิชัย จูประเสริฐพร รองผู้ว่าการบริหาร นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า นายบุญทวี กังวานกิจ รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ นายชฎิล ศุขะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการพัฒนาองค์การ นายประเสริฐ อินทับ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการ กฟผ. สนับสนุนโรงทานตามพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด ในวัดทั้ง 10 แห่ง ในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งการตั้งโรงทานในครั้งนี้ กฟผ. ได้นำเอาข้าวกล้องไข่เจียวพร้อมด้วยน้ำดื่ม “น้ำใจ” กฟผ. แจกจ่ายให้กับชาวบ้านในชุมชน เพื่อหวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ประชาชนฝ่าวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไปด้วยกัน

         นายสุทธิชัย จูประเสริฐพร กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนในสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ในฐานะที่ กฟผ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่อยู่กับชุมชนในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จึงมีแนวคิดจะช่วยเหลือประชาชนทั้งผู้ประกอบอาหารและชาวชุมชน ด้วยการสนับสนุนข้าวกล้องไข่เจียว พร้อมด้วยน้ำดื่ม “น้ำใจ” กฟผ. โดยมีการจัดจ้างร้านค้าในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งได้มีการกำหนดและดูแลมาตรฐานด้านสุขอนามัยของผู้ประกอบการร้านค้า ผู้ปรุงอาหาร มาตรฐานการจัดทำข้าวกล่อง เช่น คุณภาพอาหาร ปริมาณ บรรจุภัณฑ์ และจำนวนที่ผลิต รวมไปถึงการส่งมอบ เพื่อแจกจ่ายประชาชนและตามโรงพยาบาลในพื้นที่ ซึ่งจะดำเนินการไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายมากขึ้น ซึ่ง กฟผ. อยากให้ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง จึงได้ตั้งจุดแจกกระจายไปในทุกตำบลของอำเภอบางกรวย และให้ตัวแทนชุมชนมารับเพื่อป้องกันการรวมตัวในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นจำนวนมาก

         ด้านผู้ประกอบอาหาร นางปาณิสรา บุญอาจ แม่ค้าในพื้นที่นนทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับจ้างทำอาหารในครั้งนี้ กล่าวว่า เป็นการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในชุมชน เนื่องจากเมื่อมาจ้างคนทำอาหารในปริมาณมากทำให้ไม่สามารถทำคนเดียวได้ จึงต้องมีลูกมือก็คือคนในชุมชน ส่งผลให้มีงานทำ มีรายได้ เพราะช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่มีการระบาดของไวรัส COVID-19 ก็ไม่ค่อยมีรายได้ โครงการนี้จึงถือเป็นโครงการที่ช่วยสร้างรายได้ให้คนในชุมชน

         ด้าน นางสมจิตร เซียงเห็น แม่ค้าจากวัดชลอ กล่าวขอบคุณ กฟผ. ที่มีการตั้งโครงการนี้ขึ้นมา เนื่องจากในพื้นที่ชุมชนนี้บางคนยากจน และจากสถานการณ์ในปัจจุบันก็ทำให้ไม่มีงาน จึงขาดรายได้ การที่ กฟผ. มาจ้างให้ทำอาหาร ทำคนในชุมชนมีงานทำ ก่อให้เกิดรายได้

         ทางด้านผู้แทนชุมชนที่มารับอาหารอย่าง นางรัชกร แทนประสาน ประธานชุมชนโค้งมะขาม เล่าว่า เป็นตัวแทนชุมชนมารับข้าวกล่องให้กับคนในชุมชน ซึ่งชาวบ้านในชุมชนได้รับผลกระทบจาการระบาดของไวรัส COVID-19 ด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ด้านการทำงาน โดยเฉพาะคนที่ทำงานได้รับค่าแรงวันต่อวัน เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ปัจจุบันรายได้ลดลงเป็นจำนวนมาก และร้านค้าชุมชนในหมู่บ้านก็มีความลำบากเนื่องจากไม่มีรายได้เลย เมื่อมีการตั้งโรงทานจาก กฟผ. จึงสามารถช่วยได้มาก ขอขอบคุณ กฟผ. ที่ตั้งโครงการนี้ขึ้นมา

         นายธนุเดช นิลดอนหวาย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บางสีทอง เล่าว่า การตั้งโรงทานที่นี่เป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้เป็นอย่างมาก ขอขอบคุณ กฟผ. และในฐานะที่เป็นผู้แทนมารับข้าวกล่องไปแจกก็รู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำความช่วยเหลือนี้ไปให้ถึงมือคนที่ต้องการจริง ๆ

         ทั้งนี้ โครงการตั้งโรงทานข้าวกล้องไข่เจียว กฟผ. เป็นโครงการที่เกิดจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 9 ตำบลของ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผ่านการตั้งโรงทานในวัด 10 แห่ง ได้แก่ วัดเชิงกระบือ วัดชลอ วัดสักใหญ่ วัดบางอ้อยช้าง วัดหูช้าง วัดโคนอนมหาสวัสดิ์ วัดศรีประวัติ วัดใหม่ผดุงเขต วัดโตนด และ วัดโพธิ์เผือก ในระหว่างวันที่ 7 - 30 เมษายน 2563 ซึ่งจะแจกข้าวกล้องไข่เจียว พร้อมด้วยน้ำดื่ม จำนวนวัดละ 300 ชุดต่อวัน โดยจะเป็นการแจกให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือผู้ประสานงานที่ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอหรือนายกเทศบาลเมืองบางกรวย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับลูกบ้าน ซึ่งเป็นประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เพื่อเป็นการลดการมารวมตัวกันของประชาชนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งตามประกาศของรัฐบาลเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing

         สำหรับ ข้าวกล้องไข่เจียวนั้น จะคัดผู้ปรุงอาหารที่มีสุขอนามัย โดยจะวัดอุณหภูมิร่างกายและตรวจสุขภาพเบื้องต้นว่าไม่มีอาการป่วย ขณะปรุงอาหารต้องสวมหมวกคลุมผม ผ้ากันเปื้อน สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ปรุงอาหาร และล้างมือโดยสบู่ครั้งละ 20 วินาทีอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง ซึ่งอาหารเมื่อปรุงสุกเรียบร้อยจะแพคใส่กล่องเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งต่าง ๆ และจะมีการตรวจสอบมาตรฐานทั้งผู้ปรุงอาหารและอาหารทุกวันเพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค

         นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ส่งมอบข้าวกล้องไข่เจียวให้กับโรงพยาบาลจำนวน 7 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 7 - 30 เมษายน 2563 ได้แก่ โรงพยาบาลบางกรวย 2 จำนวนวันละ 50 กล่อง โรงพยาบาลไทรน้อย จำนวนวันละ 100 กล่อง โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จำนวนวันละ 200 กล่อง โรงพยาบาลบางบัวทอง จำนวนวันละ 100 กล่อง โรงพยาบาลบางใหญ่ จำนวนวันละ 100 กล่อง โรงพยาบาลปากเกร็ด จำนวนวันละ 100 กล่อง และโรงพยาบาลชลประทาน จำนวนวันละ 100 กล่อง