ในทุกวิกฤตของคนไทย เราจะได้เห็นพลังและน้ำใจของคนไทยในการร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ที่เลวร้ายให้กลับคืนสู่สภาวะปกติเสมอ เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่เราคนไทยและทั่วโลกเผชิญอยู่ขณะนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งนับวันจะมีแนวโน้มแพร่ระบาดในระดับที่สูงขึ้น และพบผู้ติดเชื้อกระจายเป็นวงกว้าง แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้ชีวิตของคนไทยในยามนี้ ที่ผ่านมา นอกจากหน่วยงาน กฟผ. ทั่วประเทศแล้ว บริษัทในกลุ่ม กฟผ. ยังได้แสดงความห่วงใย คอยติดตามและให้ความช่วยเหลือสังคมและชุมชนอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

         โดยหนึ่งในบริษัทในกลุ่ม กฟผ. อย่างบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป (EGCO) ที่ดำเนินงานโดยยึดมั่นวิสัยทัศน์ การเป็นบริษัทไทยชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยความใส่ใจที่จะธำรงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคมนั้น ได้เล็งเห็นความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ที่เปรียบเสมือนนักรบชุดขาวที่เสียสละอุทิศตนในการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 จึงได้มีการมอบเงินสนับสนุนการจัดหาและมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลศูนย์หลักในการรักษาผู้ป่วย COVID-19 จำนวน 24 แห่งทั่วประเทศ และให้กับกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งสิ้น 15 ล้านบาท

         การสนับสนุนเงินช่วยเหลือดังกล่าว เอ็กโก กรุ๊ป ได้มอบเงินสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลหลักในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 7 แห่ง แห่งละ 1 ล้านบาท รวม 7 ล้านบาท ประกอบด้วย โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และสถาบันบำราศนราดูร นอกจากนี้ยังได้มอบเงินสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลศูนย์ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ที่มีโรงไฟฟ้าดำเนินการ และที่ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศ รวม 17 จังหวัด ประกอบด้วย โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี โรงพยาบาลศรีสะเกษ โรงพยาบาลระยอง โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลสมุทรปราการ โรงพยาบาลราชบุรี โรงพยาบาลสระบุรี โรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลปัตตานี โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ในส่วนของอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ แอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย นั้น ได้ดำเนินการจัดหาและมอบให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับชุมชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโก อีกทั้งยังจัดหาหลอดไฟ UVC หรือหลอดยูวีฆ่าเชื้อ เพื่อมอบให้กับกระทรวงสาธารณสุขด้วย

         ในยามที่เกิดวิกฤตต่าง ๆ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือซึ่งกันและกัน เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ กฟผ. และบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ยังคงจับมือกันเหนียวแน่น ร่วมช่วยเหลือสังคมและชุมชนไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งในครั้งนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ได้ร่วมกับ บริษัทในกลุ่ม กฟผ. เตรียมสนับสนุนทุนทรัพย์สำหรับจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วย COVID-19 โดยสนับสนุนทำเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) จำนวน 20 เตียง นอกจากนี้ยังได้เตรียมสนับสนุนการจัดหาแอลกอฮอล์ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั่วประเทศอีกด้วย

         และอีกหนึ่งความห่วงใยในนามบริษัทในกลุ่ม กฟผ. อย่างบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งยึดถือนโยบายการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงได้มีการติดตามสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดและตระหนักถึงสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยมีการออกมาตรการเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัส COVID-19 ภายในบริษัท เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนตระหนักและเข้าใจในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ให้ความรู้และข้อแนะนำในการปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถนำไปถ่ายทอดต่อกับครอบครัว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อีกทั้งกำหนดจุดคัดกรองก่อนเข้าอาคารสำนักงานในทุกทางเข้า – ออก จัดเตรียมแอลกอฮอล์เจล และหน้ากากอนามัย ให้กับพนักงาน มีการทำความสะอาดจุดสัมผัสในพื้นที่ต่าง ๆ และดำเนินการตามแนวนโยบายของรัฐบาล “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพื่อเป็นการเพิ่มระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยมีการประกาศมาตรการให้พนักงานทำงานที่บ้าน (Work from Home) พร้อมเตรียมอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ รองรับ รวมถึงมีการเลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้นออกไปอย่างไม่มีกำหนด

         นอกจากนี้ ทางบริษัท ราช กรุ๊ปฯ ยังคำนึงถึงสังคมรอบด้านอีกด้วย โดยมีการบริจาคเงินทุนสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ต่าง ๆ เพื่อนำไปจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นและเครื่องป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ การสนับสนุนเงินเพื่อนำไปจัดหาอุปกรณ์ป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเพื่อช่วยเหลือรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ให้กับสถาบันบำราศนราดูร จำนวน 300,000 บาท และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี จำนวน 300,000 บาท การมอบเงินสนับสนุนศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) จำนวน 300,000 บาท ในโครงการระดมทุนเพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัยแบบซักได้ Win-Masks หรือ Washable Innovative Nano – Masks ซึ่งเป็นนวัตกรรมจากความร่วมมือของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีล้านนา สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รวมไปถึงการมอบเงินสนับสนุนให้กับจังหวัดราชบุรี จำนวน 100,000 บาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์ป้องกันไวรัสและอุปกรณ์ดำรงชีพให้กับบุคลากรที่อยู่ในข่ายต้องกักตัวและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมอบหน้ากาก N95 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลราชบุรี และสนับสนุนงบประมาณในการทำหน้ากากผ้าเพื่อแจกจ่ายประชาชนและพระภิกษุรอบโรงไฟฟ้า

         ทั้ง กฟผ. และบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ได้มีการวางแผนรับมือภายหลังสถานการณ์คลี่คลายไว้อีกด้วย โดยเตรียมแผนฟื้นฟูชุมชน สังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกฟื้นให้คนไทยทุกคนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้นับเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจในการช่วยเหลือสนับสนุนอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าพลังเล็ก ๆ ของแต่ละภาคส่วน เมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านวิกฤต COVID-19 นี้ ไปด้วยกัน