ผู้ว่าการ กฟผ. นำทีมผู้บริหารเสนอร่างแผนวิสาหกิจ กฟผ. ประจำปี 2564–2573 ต่อประธานและกรรมการ กฟผ. โดยประธานกรรมการ กฟผ. แนะใช้ Innovation Holding ในการพัฒนาธุรกิจใหม่ ร่วมมือกับสตาร์ทอัพพัฒนา ด้านเทคโนโลยี IoT และ AI เพื่อติดสเก็ตให้ กฟผ. วิ่งทันเอกชน พร้อมขอให้คนรุ่นใหม่และรุ่นเก่าร่วมมือกัน เพื่อรับมือกับ ความเปลี่ยนแปลงที่ทวีความยากและซับซ้อน โดยอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้า กฟผ. ต้องเป็นองค์การที่เดินหน้าไปกับยุคสมัย ไม่ล้าหลังหรือถูกกลืน

         เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563 นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. นำคณะผู้บริหาร กฟผ. และบริษัทในกลุ่ม กฟผ. จัดการประชุมพิจารณาร่างแผนวิสาหกิจ กฟผ. ประจำปี 2564–2573 (ฉบับทบทวนปี 2563–2576) เสนอต่อคณะกรรมการ กฟผ. พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการ กฟผ. นำคณะกรรมการ กฟผ. เข้าร่วมประชุม ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช อาคาร ต.040 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

         การประชุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก กฟผ. มีการจัดทำแผนวิสาหกิจ 10 ปี เพื่อใช้เป็นแผนงานในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งกำหนดให้มีการทบทวนแผนทุกปี โดยปีนี้เป็นการจัดทำแผนวิสาหกิจ กฟผ. ปี 2564–2573 เพื่อกำหนดทิศทางเป้าหมายการดำเนินงานในอนาคต ภายใต้แนวคิด EGAT Transformation หรือการปรับองค์การมีความพร้อมในการรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบอุตสาหกรรมพลังงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สำหรับกระบวนการในการจัดทำแผนนี้ คณะผู้บริหารได้มีการทำ workshop ร่วมกับผู้แทนกลุ่ม Future Executive หรือกลุ่มผู้บริหารระดับกลาง และกลุ่ม Excellence Team ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่ม Young Generation เพื่อพิจารณาแนวทางในอนาคตของ กฟผ. ในการจัดการธุรกิจใหม่และปรับปรุงด้านต่าง ๆ รวมถึงการจัดตั้ง Sandbox ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้เกิดการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ ของ กฟผ. ด้วยกระบวนการใหม่ ๆ ที่มีความคล่องตัว รวดเร็ว แข่งขันได้

         นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการ กฟผ. กล่าวว่า อนาคตของ กฟผ. จะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับผู้บริหาร กฟผ. ทุกท่านแล้วว่าการทำแผนวิสาหกิจ กฟผ. ครั้งนี้ จะสามารถวางแผนรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในธุรกิจพลังงาน การเกิด Digital Transformation การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนเศรษฐกิจของประเทศไทยที่คาดว่าในไตรมาสที่ 2 นี้จะติดลบถึง 12 เปอร์เซ็นต์ จากสถานการณ์ COVID-19 นอกจากผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว ยังมีด้านวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งต้องมาดูว่า กฟผ. จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ยาก และซับซ้อนเหล่านี้ได้อย่างไร

         ประธานกรรมการ กฟผ. ชี้ถึงความเชื่อมโยงในการร่วมมือกับบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับ กฟผ. ว่า การเป็นรัฐวิสาหกิจเปรียบเหมือนคนอ้วน ตัวใหญ่ ปรับตัวช้า ติดกฎระเบียบ กว่าจะเดินได้ต้องขออนุญาตหลายคนหลายที่ ท้ายที่สุดเมื่อเทียบกับเอกชนอย่าง IPP เอกชนจึงไปได้ไวกว่า แต่ทั้งนี้ กฟผ. ซึ่งไม่แปรรูปเป็นเอกชน ดังนั้นต้องมาคิดว่า เราทำอย่างไรจาก สิ่งที่ กฟผ. มีในขณะที่ยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจ สิ่งที่ทำได้คือการติดสเก็ตให้ กฟผ. ซึ่งสเก็ตในที่นี้คือ เราต้องหากลไกที่จะทุ่นแรง ในการทำงานภายใต้พันธะต่าง ๆ เพื่อวิ่งให้ทันคนอื่น หนึ่งในวิธีที่ประธานได้ให้คำแนะนำคือการใช้บริษัท Innovation Holding ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง กฟผ. และ บริษัทในกลุ่ม กฟผ. คือ ราชกรุ๊ป และ EGCO เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาธุรกิจใหม่ ไปจนถึงการร่วมทุนกับสตาร์ทอัพพัฒนาเรื่อง IoT และ AI ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการติดสเก็ต กฟผ. ให้วิ่งสู้กับเอกชนได้

         “ตอนนี้ กฟผ. จะยึดติดกับการทำงานแบบเดิมไม่ได้ ต้องปรับไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นต้องผสมผสานกันระหว่างความคิดคนรุ่นใหม่ที่รู้ทันการเปลี่ยนแปลงและคนรุ่นเก่าที่มากประสบการณ์ โดยต้องรับฟังและเคารพซึ่งกันและกัน ถ้า กฟผ. สามารถร่วมมือร่วมใจกันได้ เชื่อว่า กฟผ. จะเดินหน้าต่อไปได้ จะเป็นคนอายุ 60 ปีในอีก 10 ปีข้างหน้าที่ทันสมัย รองรับการเปลี่ยนแปลง เดินหน้าไปกับยุคสมัย ไม่ล้าหลังหรือถูกกลืนไปในที่สุด” ประธานกรรมการ กฟผ. กล่าว

         ด้าน นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ร่างแผนวิสาหกิจ กฟผ. ประจำปี 2564 – 2573 ยังคงมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ คือ Innovate Power Solutions for a Better Life หรือนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ภายใต้พันธกิจ การเป็นองค์การหลักเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยนวัตกรรม เพื่อความสุขของคนไทย โดยมียุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ประกอบด้วย 1. ยุทธศาสตร์ตัว E : Energy Solutions for the Better Life แสวงหาโซลูชั่นด้านพลังงาน เพื่อชีวิตที่ดีกว่า 2. ยุทธศาสตร์ตัว G : Green Innovation for Sustainability สร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวสู่ความยั่งยืน 3. ยุทธศาสตร์ตัว A : Agile EGAT to the Next Chapter สร้างความคล่องตัวให้ กฟผ. ในการขับเคลื่อนสู่บริบทใหม่ และ 4. ยุทธศาสตร์ตัว T : Trust & Prides by Delivering Values to Regional People สร้างความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ ด้วยการส่งมอบคุณค่าสู่ประชาคม พร้อมตั้งเป้าในปี 2573 ยกระดับเป็นศูนย์กลางการซื้อขายพลังงานของภูมิภาค

         อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการได้กล่าวชื่นชมการจัดทำร่างแผนในครั้งนี้ว่า สามารถตอบโจทย์ได้ค่อนข้างครอบคลุม ในทุกมิติ พร้อมกันนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงแผน อาทิ อยากให้เห็นภาพและแผนงานที่ชัดเจนในส่วนของบริษัทนวัตกรรม (Innovation Holding) และแนวทางการปรับองค์การไปสู่ดิจิทัล แผนวิสาหกิจควรจะมีการระบุ Mega Project ในยุทธศาสตร์ E.G.A.T อย่างน้อยยุทธศาสตร์ละ 1 โครงการ เพื่อให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นได้จริง ในส่วน ของความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับบริษัทในกลุ่ม ที่จะมีการช่วยกันขับเคลื่อน กฟผ. นั้น อยากเห็นแผนงานที่ชัดเจนขึ้น สำหรับบางโครงการในประเทศที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ กฟผ. อาจต้องแข่งขันกับบริษัทในกลุ่มเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดที่จะเกิดขึ้น ต่อประเทศชาติและประชาชน แต่หากเป็นงานโครงการที่มีมูลค่ามหาศาลในต่างประเทศ กฟผ. และบริษัทในกลุ่มควรจับมือกันลงทุนไปด้วยกัน นอกจากนี้ กฟผ. ควรวิเคราะห์หาหนทางสร้างกำไร รายได้ หรือมูลค่าเพิ่มจาก Big Data และสินทรัพย์ที่ กฟผ. มีอยู่

         ทั้งนี้ ร่างแผนวิสาหกิจ กฟผ. ประจำปี 2564 – 2573 จะถูกนำไปปรับแผนและนำเสนอเพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการ กฟผ. อีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นจะนำส่งต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตามข้อกำหนดต่อไป โดยตั้งเป้าแผนวิสาหกิจ กฟผ. นี้จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมสื่อสารยุทธศาสตร์แก่ผู้ปฏิบัติงานได้ในเดือนธันวาคม 2563