รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ “ENGY” ของ กฟผ. จำนวน 51 คัน เตรียมส่งมอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ใน 19 พื้นที่ รอบเขตเขื่อน และโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ในช่วงมกราคม - กุมภาพันธ์ 2564 นี้ พร้อมเปิดสถานีเปลี่ยนสลับแบตเตอรี่ไฟฟ้าอีก 3 สถานี รองรับการใช้งาน ส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังงานสะอาด

         นายชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา กฟผ. ได้เดินหน้าต่อยอดโครงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5 โดยเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า “ENGY” ภายใต้แคมเปญ “บิด เปลี่ยน โลก” เพื่อส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EGAT E-Bike) สำหรับกิจการ กฟผ. และกิจการเพื่อสังคม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของ กฟผ. ในการเป็นผู้นำการใช้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม ตอบสนองยุทธศาสตร์ในการดูแลสิ่งแวดล้อมทางอากาศ (Air TIME) ปัจจุบันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ENGY ทั้ง 51 คัน กำลังอยู่ระหว่างการจดทะเบียนเครื่องหมาย ENGY กับกระทรวงพาณิชย์ และขึ้นทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกแล้ว คาดว่า จะสามารถทยอยส่งมอบให้กับหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้งานในพื้นที่เขตเขื่อนและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. จำนวน 19 แห่ง ทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 นี้

         สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ENGY เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสีเหลือง ดีไซน์โฉบเฉี่ยวสวยงาม แข็งแรงทนทาน ปลอดภัย และสะดวกสบายในการขับขี่ โดยขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 กิโลวัตต์ สามารถทำความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ ขึ้นทางลาดชันได้ 11.31 องศา รับน้ำหนักได้มากกว่า 150 กิโลกรัม โดย กฟผ. ได้จัดหาผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการผลิตตัวรถตามสเปกที่ต้องการ มีศูนย์หรือเครือข่ายให้บริการครอบคลุมพื้นที่กิจการ กฟผ. พร้อมรองรับการซ่อมแซมตรวจสภาพ และมีอะไหล่เปลี่ยนทันทีหากรถมีปัญหา เพื่อให้ได้รถที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่สำนักงาน เขตเขื่อน และโรงไฟฟ้าของ กฟผ. โดยราคาต่อคันรวมแบตเตอรี่อยู่ที่ 85,000 บาท

         ความพิเศษของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ENGY ที่ทำให้ต่างจากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั่วไปนั้น อยู่ที่แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน ชนิด NMC (Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxide) ขนาด 22 Ah จำนวน 2 ก้อนใต้เบาะรถ ซึ่งสามารถรองรับการใช้งาน ได้ประมาณ 100 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง หากใช้ก้อนแรกหมดแล้วก็สามารถใช้ก้อนที่ 2 ต่อได้ทันที และสามารถแยกนำออกไปชาร์จภายนอกได้ และสามารถสลับแบตเตอรี่ (Swapping) ได้ทันทีที่สถานีเปลี่ยนสลับแบตเตอรี่ไฟฟ้า (Swapping Battery Station) เพื่อรองรับการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งแบตเตอรี่นี้ยังสามารถนำมาใช้เป็น Power Supply เพื่อจ่ายไฟผ่านชุดแปลงกระแสไฟฟ้า (DC-AC) ที่มาพร้อมกับรถ เพื่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นนอกสถานที่ หรือกรณีฉุกเฉินได้ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง GPS Tracking และให้บริการแอปพลิเคชัน เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกในการบริหารจัดการการใช้งานอีกด้วย

         ทั้งนี้ กฟผ. ได้นำร่องติดตั้งสถานีเปลี่ยนสลับแบตเตอรี่ไฟฟ้าใน 3 พื้นที่ ได้แก่ สำนักงานกลาง กฟผ. จังหวัดนนทบุรี ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา และโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เนื่องจากคาดว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก

         “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ENGY มีมาตรฐานและระบบควบคุมความปลอดภัย อาทิ ระบบตัดคันเร่งเมื่อนำขาตั้งลง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจในขณะขับขี่ ซึ่งเชื่อว่ารถจักรยานยนต์ ENGY ของ กฟผ. จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์การในการ เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า และยังช่วยส่งเสริมการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังงานสะอาดอีกด้วย โดยในอนาคตคาดว่าจะมีการขยายการใช้งานในพื้นที่ กฟผ. ทดแทนการใช้รถจักรยานยนต์เดิมให้มากขึ้น รวมทั้งเตรียมการ ขยายโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ENGY ผ่านสวัสดิการกู้เงินเช่าซื้อและสหกรณ์ร้านค้า กฟผ. เพื่อใช้งานเป็นการส่วนตัวได้” นายชัยวุฒิ หลักเมือง กล่าว