EGAT Academy ถือกำเนิดจากโครงการทดลองเล็ก ๆ แต่ปัจจุบัน คุณศุภนนาฏ ล้ำเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพบุคคลและคุณภาพ (อศค.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำลังร่วมผลักดันให้โครงการนี้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างความรู้ความสามารถด้านพลังงานไฟฟ้าของเมืองไทย

         Knowledge is Power: ความรู้คืออำนาจ – คำกล่าวนี้เป็นจริงในทุกยุค คุณศุภนนาฏ ล้ำเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพ ทรัพยากรบุคคลและคุณภาพ (อศค.) และเป็นผู้ดูแลโครงการ EGAT Academy ซึ่งมีหน้าที่จัดฝึกอบรม ให้ความรู้แก่บุคลากร ทั้งในและนอก กฟผ. ในหลักสูตรต่าง ๆที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตไฟฟ้าและธุรกิจพลังงาน ช่วยทำให้เราเห็นถึงศักยภาพในอนาคตของโครงการนี้ที่จะถ่ายทอดพลังอำนาจแห่งความรู้อันหลากหลายได้อย่างไม่รู้จบ

จุดกำเนิดของ EGAT Academy

          “พวกเราเกิดมาจากทางฝ่ายพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลและคุณภาพได้ทำโครงการพัฒนาบุคลากรขึ้นมากลุ่มหนึ่ง ก็จะมีน้อง ๆ กลุ่ม Young Gen เข้ามาพัฒนา ฝึกอบรมกันเป็นกลุ่ม เราจะเรียกว่ากลุ่ม Young @ Heart ในกลุ่มนี้ก็มีอยู่กลุ่มหนึ่งทำโครงการ EGAT Academy ขึ้นมา ก็เป็นโปรเจกต์ที่ผู้บริหารให้ความสนใจ ให้ลองทำดู” คุณศุภนนาฏเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ EGAT Academy

         “จากนั้นพอทางผู้บริหารให้ความเห็นชอบเพื่อดำเนินการ กลุ่ม EGAT Academy ก็มาฟอร์มทีม ตั้งใจจะเอาความรู้ความเชี่ยวชาญของ กฟผ. ที่สั่งสมมา 40-50 ปีออกสู่สังคมและสู่ประเทศชาติ ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าในประเทศไทยตอนนี้ การซื้อขาย การผลิตไฟฟ้า ไม่ใช่ผูกขาดอยู่แค่ EGAT เราต้องกระจายงานออกไปให้เอกชนดำเนินการ กฟผ. ซึ่งมีความชำนาญมากที่สุดในประเทศไทย ก็จะได้ส่งต่อความชำนาญนี้ไปให้กับหน่วยงานอื่น ๆและนี่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้น เราได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2559-2560”

         คุณศุภนนาฏ เล่าว่า “ทีมเริ่มต้นด้วยการสำรวจตลาดด้านการผลิตไฟฟ้า เพื่อดูว่ากลุ่มเป้าหมายต้องการที่จะเรียนรู้อะไรบ้าง โดยเฉพาะหน่วยงานเอกชน ซึ่งได้ประมาณ 4-5 เรื่องที่เอกชนอยากจะรู้จากเรา และนำข้อมูลมาออกแบบหลักสูตร โดยทีมงานของ Young @ Heart EGAT Academy จะมีคนทำงานทั้งด้านการตลาด วิศวกรด้านโรงไฟฟ้าด้าน Course Designer ซึ่งดูทางด้านฝึกอบรมเขาก็ร่วมกันออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาดข้างนอก”

หลักสูตรที่โดดเด่น

          “หลังจากที่ทางทีม EGAT Academy ได้ทดลองทำ ภาษาสมัยใหม่ก็เรียก Sandbox พอทำเสร็จเราก็จะมีคณะกรรมการที่ให้ ความสนับสนุน เสร็จแล้วก็จัดหลักสูตร พอถึงเวลาทำงานไปได้ระยะหนึ่งแล้วมีกำไร มีหนทางได้ก็ส่งต่อ EGAT Academy นั้นกลับคืนสู่หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เราก็รับงานต่อจากทีมงาน EGAT Academy” คุณศุภนนาฏ อธิบายการทำหลักสูตร ซึ่งน่าเสียดายว่าในปีนี้ หลายหลักสูตรต้องถูกเลื่อนออกไปเพราะโควิด-19 ระบาดถึงอย่างนั้นก็มีบางหลักสูตรที่ได้รับความนิยมอย่างเห็นได้ชัด

         “ส่วนหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมาก เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า PPA: Power Purchase Agreement ซึ่งได้รับความร่วมมือจากฝ่ายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (อสฟ.) ทั้งหมดก็คือว่า หลักการ หลักเกณฑ์ จะจัดการซื้อขายไฟฟ้าได้อย่างไร ซึ่งจะมีทั้งสำหรับ Small Power Plant ทั้ง Hydro Power Plant มีหลาย ๆ อย่าง ตอนนี้ยิ่งเป็นตลาดเสรีในการผลิตไฟฟ้า ก็จะมีโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก โรงไฟฟ้าพลังไฮโดร หลักสูตรนี้ฮอตฮิตมาก”

         นอกจากหลักสูตรดังกล่าว EGAT Academy ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ อย่างเช่นฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (อวน.) โดยมีการจัด หลักสูตรดัดแปลงรถทั่วไปที่ใช้น้ำมันให้เป็นรถไฟฟ้า EV ซึ่งได้รับความนิยมมาก แล้วยังมีหลักสูตรด้านการบำรุงรักษาและความปลอดภัยในโรงไฟฟ้า โดยหลักสูตรต่าง ๆ จะปรับได้ตามความต้องการของหน่วยงาน นอกจากนี้ยังขยายขอบเขตการดำเนินการในส่วนของการเป็น Organizer หรือผู้จัดโครงการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ที่ครอบคลุมไปถึงการจัดหาสถานที่ฝึกอบรมอีกด้วย ซึ่งไม่ได้จำกัดแต่ใน Training Center ของ กฟผ. 3 แห่ง ที่บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราท่าทุ่งนา จังหวัดกาญจนบุรี และที่แม่เมาะ จังหวัดลำปาง แต่รวมถึงสถานที่ภายนอกด้วย

จุดแข็งจากการสนับสนุน

          “จุดแข็งของ EGAT Academy ก็คือเราได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร เพราะเราไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง ต้องมีผู้เชี่ยวชาญจาก กฟผ. ซึ่งไม่ได้อยู่ในสายงานเดียว มันจะต้องอยู่ในทุกสายงาน ดังนั้นเราต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร ซึ่งปัจจุบันนี้เราได้ค่อนข้างเยอะ จุดแข็งอีกอย่างหนึ่งคือว่า เรามีความพร้อมของบุคลากร สิ่งอำนวยความสะดวก คุณอยากได้แบบไหน สถานที่ของเราพร้อมให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมแบบอยู่ในสถานที่ หรืออบรมแล้วถ่ายทอดยิงสัญญาณไป เราก็มีห้องอบรมแบบ Smart Classroom อันนี้เป็นจุดแข็งของเรา”

         คุณศุภนนาฏ ชี้ให้เห็นจุดได้เปรียบของโครงการ ขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธว่ายังมีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีทางออก “สมมติว่า เราไม่ได้รับการสนับสนุนจากวิทยากร เราจะทำไม่ได้เลย ถ้าเราไม่มีงบประมาณในการดำเนินการ เราไม่สามารถดำเนินการได้ถ้า กฟผ. ลงทุนในส่วนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเราก็จะได้มาเป็นจุดแข็งในการดำเนินการต่อไป

         ถ้าเราไม่ได้รับ สิ่งนี้ก็จะกลายเป็นจุดอ่อน เราจะไปสู้ศูนย์ฝึกอบรมของหน่วยงานอื่นไม่ได้เลย แล้ว Expertise ของหน่วยงานอื่น เขาก็มี เพราะฉะนั้นเราต้องทำอย่างไร ก็ต้องทำคู่แข่งให้เป็นคู่ความร่วมมือ อย่างนี้เป็นต้น”

คู่เทียบและเสียงจากผู้เข้าอบรม

          เมื่อเอ่ยถึงคู่แข่งหรือหน่วยงานที่คล้ายกันคุณศุภนนาฏ กล่าวว่า ได้มีการศึกษาในประเด็นนี้มาก่อนแล้ว “ในช่วงที่ COVID-19 ระบาด เราใช้ช่วงนั้นในการศึกษาหน่วยงานที่เหมือนเราทั้งในระดับโลก ลงมาในตลาดอาเซียนและก็ในระดับประเทศ ครอบคลุมทั้งหน่วยงานด้านพลังงานและที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อเปรียบเทียบว่าเหมือนและแตกต่างจากเราอย่างไรบ้าง ค้นพบว่าสิ่งที่หน่วยงานอื่น ๆ ไม่มีก็คือความเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านพลังงาน แต่มองว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะขายได้ใน 3 ปี ฉะนั้น สิ่งไหนที่เรายังจะขายได้ต่อ คือ Training Facility ยกตัวอย่างของศูนย์อบรมที่บางปะกง สามารถได้ยอดขายจากการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกได้ถึง 11 ล้าน ภายในระยะเวลา 1 ปี ฉะนั้น ยังมีโอกาส ตอนนี้เรามีโครงการอีกมากมาย อาทิ ที่ศูนย์แม่เมาะ เราทำเรื่อง Year Zero Building คือการที่อาคารเก่า สร้างมา 20-30 ปี จะประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้อย่างไร เราไปศึกษาตลาดกับหน่วยงานอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า ทำให้ทราบว่าสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่ Training เขาต้องการการทำวิจัย ซึ่งเราสามารถเป็นผู้ประสานงานระหว่างคนทำกับคนไม่ทำวิจัย ทำให้พบว่าจะยังมีให้ทำต่อไป หลังจาก 3 ปี”

         เสียงสะท้อนในแง่บวกจากผู้เข้าอบรมเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มองเห็นแนวโน้มที่ดีของ EGAT Academy “ลูกค้าเรามีทั้งที่เป็นบุคคลและบริษัทเขาบอกว่าวิทยากรของเราคือคนที่มีความรู้จริงเวลาบรรยายเรื่องทฤษฎี แม้ในความเป็นจริงสามารถค้นหาได้ในทั่วไป แต่สิ่งที่หาไม่ได้คือประสบการณ์ของวิทยากรของเราเป็นสิ่งที่เขาต้องการมาก เพราะการที่เขาเรียนรู้จากประสบการณ์ เขาร่นระยะเวลาที่ต้องเรียน 3-4 ปี จนเรียนได้ภายใน 3-6 ชั่วโมง แล้วสิ่งที่เขาได้อีกอย่างก็คือมีงานวิจัยมาให้ถึงที่ เขาบอกว่าเรามีเคสของจริงที่เรานำมาสอน ไม่ใช่เคสที่เขียนขึ้นเพราะเราเอาของจริงที่เกิดขึ้นในโรงไฟฟ้าจริงที่เกิดขึ้นเวลาซ่อมจริงมาให้เขาดู และเขาไม่สามารถหาแบบนี้ได้จากที่อื่น อันนี้เป็นสิ่งที่เขาชอบมาก แล้วก็เขาบอกว่าวิทยากรของเรามีความต้องการที่จะให้จริง ๆ ให้หมดทุกอย่างที่เขาต้องการ”

         นอกจากการจัดอบรมแล้ว EGAT Academyยังทำในสิ่งที่อาจเรียกได้ว่ามีส่วนช่วยในการพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้า ภายใต้แนวคิดของการพัฒนามาตรฐานอาชีพ

         “การทำมาตรฐานในอาชีพเป็นอีกอย่างที่จะช่วยยกระดับประเทศไทย ก่อนจะมีมาตรฐานได้ คุณต้องมีความรู้ อันนี้แหละ ที่เราจะช่วยเขาว่าคุณจะมีมาตรฐานอะไรมีได้อย่างไร มีความรู้ และมีทักษะอะไร โดยใช้ EGAT Academy ช่วยให้คนทั่วไปยกระดับมาตรฐานของตัวเอง ยกระดับเงินเดือนทำให้มาตรฐานอาชีพ ชีวิต และความเป็นอยู่ดีขึ้น สู้กับนานาชาติ ในอาเซียนได้ส่วนที่จะช่วยคน กฟผ. คือเวลาที่เรามีมาตรฐานและมี Certificate เรา Certify เรียบร้อยแล้วเวลา กฟผ. ไปรับงานต่างชาติ เราก็มี มาตรฐานที่จะไปยื่นให้บริษัทที่มาจ้างเรา ทีนี้ก็ได้ทั้ง กฟผ. และสังคมของประเทศด้วย”

สู่ยุคดิจิทัลและพลังงานสะอาด

          ในยุคที่คนพูดถึงพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ทาง EGAT Academy ก็มิได้ละเลยความสำคัญของประเด็นนี้ รวมถึงหลักสูตรเกี่ยวกับระบบการทำงานต่าง ๆในยุคดิจิทัล อันจะกลายเป็นจุดเด่นในอนาคตของที่นี่ได้

         “ในส่วนของเรื่องพลังงานหมุนเวียน ซึ่งหากพูดในแง่ กฟผ. เรามีการศึกษา วิจัยมากมาย และยังมีการนำสิ่งที่เราศึกษาส่งต่อไปยังสังคมได้ เช่น ตอนนี้เราทำเรื่อง Solar Floating เราก็ไปดูว่าทำอย่างไร และอีกโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ก็คือ Solar Rooftop ซึ่งตอนนี้เราจะมี Sandbox 3 กลุ่ม กลุ่ม Proventure โดยกลุ่มหนึ่งที่ต้องทำเรื่องการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านเรือนตอนนี้เราได้ใช้ศูนย์ฝึกอบรมที่บางปะกงเป็นสถานีทดลองให้กลุ่มนี้ ซึ่งถ้าทดลองเสร็จ และได้ผลแล้ว เราจะสามารถเอาไปใช้ทำงานให้ประชาชนทั่วไปมาเรียนต่อได้ และจะทำให้ที่บางปะกงเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้และฝึกอบรมทักษะที่จำเป็น”

         “สำหรับ Digital HR แม้จะยังไม่ได้บรรจุเป็นหลักสูตร แต่มองว่าเราจะไปเตรียมแบบเริ่มต้นอาจจะไม่ทันแล้ว จึงต้องไปแบบรวดเร็ว โดยสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ คือการพัฒนาโรงไฟฟ้าดิจิทัลและการพัฒนา Sub Station Digital ซึ่งเชื่อมั่นว่า กฟผ. จะเป็นผู้นำในด้านนี้อย่างแน่นอน ปัจจุบันที่เราทำหลักสูตรออกสู่สังคมโดยที่ไม่ต้องมานั่งเรียน เปิดดูได้ฟรี แต่ถ้าอยากรู้ลึก เราจะสอนให้ และยังมีการเตรียมพร้อมไปสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน ผ่านการจัดทำหลักสูตรCultural Management ในรูปแบบดิจิทัลอีกด้วยค่ะ”

 

เรื่อง : วรรณกร ทองเสริม 

เรียบเรียง : กรองทอง สุขอร่าม

ภาพ : วุฒิพงษ์ คำประไพ

ที่มา : EGAT Biznews Vol.8 Issue6