Unseen EGAT By ENGY วันนี้ ขอนำทุกท่านไปเปิดประสบการณ์กับความสามารถ ความเชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของผู้ปฏิบัติงานในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน จนได้รับการยอมรับในฝีมือจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเอนจี้ได้ทราบมาว่า ในช่วงกลางปี 2562 กฟผ. ได้ส่งทีมผู้ปฏิบัติงานมากฝีมือเหล่านี้เข้าไปช่วยบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านของเรา

         การบำรุงรักษาครั้งนี้มีความท้าทายอย่างไร วันนี้พี่มรินทร์ ปฐมชัยอัมพร หัวหน้ากองบริหารงานโครงการ (กบคธ-ธ.) ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าเฉพาะกิจ หรือ ทีม Corrective Maintenance Agreement (CMA) มาเล่าถึงเรื่องราวดังกล่าวให้เอนจี้และทุกท่านได้ฟังกันครับผม

ภารกิจที่ได้รับ คือ อะไรบ้างครับ

          โรงไฟฟ้าก็เปรียบเสมือนกับร่างกายของคนที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ที่เป็นกำลังหลักในการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศ อีกทั้งยังส่งไฟฟ้าให้กับประเทศไทย จำเป็นที่ต้องได้รับการดูแลเช่นกัน โรงไฟฟ้าจึงต้องการทีมบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ซึ่งต้องคอยดูแลและบำรุงรักษา ประจำตลอด 24 ชั่วโมง โดย กฟผ. เรามีทั้งศักยภาพ ประสบการณ์ความสามารถเพียงพอ ทำให้ได้รับโอกาสในการทำภารกิจครั้งนี้ จึงได้ส่งทีมผู้ปฏิบัติงานจากฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล ฝ่ายบำรุงรักษาไฟฟ้า และฝ่ายเคมี เข้าปฏิบัติภารกิจ

ความแตกต่างในการบำรุงรักษา

         ปกติเรามักจะบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) คือ มีการประเมินและวิเคราะห์สภาพการใช้งานของแต่ละอุปกรณ์ หรือกำหนดระยะเวลาการบำรุงรักษา เพื่อซ่อมแซม ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ ก่อนที่อุปกรณ์นั้นจะเสีย ซึ่งจะช่วยป้องกันและลดปัญหาข้อขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นจากการชำรุดเสียหายของอุปกรณ์ลงไปได้ แต่ภารกิจที่ได้รับในครั้งนี้เป็นการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) คือ เข้าบำรุงรักษาหลังจากที่เครื่องจักรหรืออุปกรณ์เริ่มมีอาการผิดปกติหรือเสียหายไปแล้ว ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมในระยะเวลาที่น้อยที่สุด เพราะยิ่งซ่อมนานโรงไฟฟ้าจะเสียโอกาสในการเดินเครื่อง นอกจากนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้อุปกรณ์พ่วงหรืออุปกรณ์ข้างเคียงเสียหายตามไปด้วยได้

         นอกจากงานดังกล่าว ทางทีมงานยังมีการเก็บข้อมูลอุปกรณ์ เช่น อุณหภูมิ วิเคราะห์การสั่นสะเทือนของแบริ่ง และพารามิเตอร์ต่างๆในการเดินเครื่อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินการแก้ไขอุปกรณ์ก่อนที่จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งสร้างความท้าทายให้กับทีมผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เป็นอย่างมาก เพราะความเชี่ยวชาญและการเป็นมืออาชีพทีมบำรุงรักษา ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่องได้อย่างปกติอีกครั้งด้วย

นอกจากนี้พี่ๆยังมีผลงานที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ

         พี่ขอยกตัวอย่างกรณีท่อใน Boiler เกิดความเสียหายครับ ที่ผ่านมาก่อนการรับภารกิจนี้ โรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านต้องเสียเวลารอผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเดินทางไปซ่อม ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน แต่เมื่อมีผู้ดูแลการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าประจำการณ์อยู่ ทำให้สามารถเข้าตรวจสอบความเสียหายของอุปกรณ์ หลังจากเกิดปัญหาได้ภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง โรงไฟฟ้าจึงได้รับการแก้ไขและสามารถกลับมาเดินเครื่องได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 3 วัน ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยลดค่าเสียโอกาสจากการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 4 วัน

         เอนจี้รู้ไหมครับ ว่าทุกการแก้ไขปัญหาความขัดข้องและเสียหาย ทีมผู้ปฏิบัติงานจะต้องหาสาเหตุให้เจออย่างแน่ชัด และแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุที่พบ เพื่อทำให้ไม่เกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งเมื่อพบว่าอุปกรณ์ใดไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ก็จะนำอุปกรณ์ดังกล่าวไปซ่อมแซมและปรับปรุง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

เอนจี้ ได้ยินมาว่า มีเหตุการณ์สุดท้าทายที่เกิดขึ้นในระหว่างการบำรุงรักษาด้วย

          เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหว ความรุนแรงขนาด 5.9 ตามมาตราริกเตอร์ ทำให้โรงไฟฟ้าได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ไม่สามารถเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้ทั้งหมดทุกหน่วย ทำให้ประเทศไทยต้องเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า โรงไฟฟ้าของ กฟผ. เพื่อทดแทนในส่วนที่ขาดหายไป ในขณะนั้นทีม CMA ต้องเข้าตรวจสอบความเสียหายของอุปกรณ์อย่างเร่งด่วน แต่ด้วยความเสียหายที่เกิดขึ้นค่อนข้างมาก ทำให้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 12-16 วัน จึงจะสามารถกลับมาเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้เป็นปกติครับ

สิ่งที่พี่ๆทีม CMA ได้เรียนรู้จากภารกิจครั้งนี้มีอะไรบ้างครับ

         การทำงาน CMA ครั้งนี้ ถือเป็นการบำรุงรักษาเชิงแก้ไขที่มักไม่ค่อยเกิดขึ้นในประเทศไทย ตื่นเต้นมากๆครับเอนจี้ ซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับประสบการณ์การซ่อม การแก้ไข บำรุงรักษาจากภารกิจครั้งนี้ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังได้เรียนรู้การทำงานในต่างประเทศ ทำงานร่วมกับผู้คนต่างเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม นับเป็นความท้าทายในการใช้ชีวิตด้วยครับ

         ทีมผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ได้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถที่ช่วยบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นกำลังหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด นอกจากนั้น โรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังช่วยสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย ทำให้พี่ๆทีม CMA ได้รับการยอมรับและคำชื่นชมจากโรงไฟฟ้าดังกล่าว สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยได้ไม่น้อยเลยทีเดียวเลยล่ะครับ

         กฟผ. ของเรา ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถของผู้ปฏิบัติงานในทุกด้าน เพื่อรองรับงานด้านการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าทุกประเภท สร้างการเติบโตในธุรกิจบำรุงรักษาให้กับ กฟผ. ต่อไปในอนาคตด้วย สำหรับวันนี้น้องเอนจี้ตื่นเต้นและภาคภูมิใจกับความสามารถ ความเชี่ยวชาญของพี่ๆทีมบำรุงรักษาเป็นอย่างมาก ครั้งหน้าน้องเอนจี้จะพาไปตื่นเต้นกับภารกิจไหน อย่าลืมติดตามชมกันนะครับ