นอกเหนือจากภารกิจสำคัญในการผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชน ดูแลรักษาความมั่นคงระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่ กฟผ. ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ด้วย กฟผ. ตระหนักดีว่า “ไฟฟ้า” เป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ และเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนทางธุรกิจ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในขณะที่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ทุกชีวิตไม่ว่าจะมนุษย์หรือสัตว์ที่อยู่อาศัยมีสุขภาพที่ดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ดังนั้นเพื่อจะขับเคลื่อนปัจจัยทั้งสองนี้ไปพร้อม ๆ กัน กฟผ. จึงมีการควบคุมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมรอบโรงไฟฟ้าอย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็นคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ คุณภาพเสียง และการกำจัดของเสีย แต่จะมีการดูแลอย่างไร วันนี้เอนจี้ขอพาทุกคนไปเจาะลึกกันที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือจังหวัดนนทบุรีกันครับ

 

         โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนพื้นที่ 112 ไร่ประกอบด้วย อาคารผลิตกระแสไฟฟ้า อาคารสถานีไฟฟ้าแรงสูง อาคารผลิตน้ำใช้ในโรงไฟฟ้าหอหล่อเย็น ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. และยังมีพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นปอดกลางเมืองอีกกว่า 34 ไร่ ว่าแล้วเราไปชมการดูแลสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าแห่งนี้กันดีกว่า ตามเอนจี้มาเลย

 

         ด้านการดูแลคุณภาพน้ำ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือรับน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า โดยแบ่งการใช้น้ำออกเป็น 2 ส่วน คือน้ำส่วนแรกจะถูกนำไปปรับสภาพและนำไปใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า น้ำทิ้งที่ผ่านกระบวนการผลิตไฟฟ้าจะถูกกักเก็บไว้ในบ่อพักน้ำทิ้งและทำการตรวจสอบควบคุมคุณภาพน้ำทิ้ง ให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และนำกลับมาไปใช้ประโยชน์ เช่น นำไปรดน้ำต้นไม้เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวในโรงไฟฟ้า โดยไม่มีการระบายหรือปล่อยออกไปสู่ภายนอก น้ำส่วนที่สองเป็นน้ำที่โรงไฟฟ้านำไปใช้ในระบบระบายความร้อนของหอหล่อเย็น (Cooling Tower) เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนความร้อน หรือพูดเข้าใจง่ายๆว่า นำไปลดความร้อนของอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า น้ำส่วนนี้จะมีการควบคุมอุณหภูมิน้ำ ณ จุดปล่อยลงแม่น้ำเจ้าพระยาแตกต่างกันไม่เกิน 2 องศาเซลเซียสของอุณหภูมิแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำ แล้วจึงปล่อยกลับลงมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง ดังนั้น มั่นใจได้เลยครับว่าน้ำที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำอย่างแน่นอน ซึ่งการแลกเปลี่ยนความร้อนของหอหล่อเย็น ทำให้เกิดไอน้ำสีขาว เกิดจากไอน้ำร้อนระเหยลอยไปกระทบความเย็นของอากาศและกลั่นตัวเป็นละอองน้ำในช่วงเช้า พลบค่ำ หรือเวลาที่อากาศชื้นมองมาที่โรงไฟฟ้าเห็นคล้ายกลุ่มควัน ไม่ต้องตกใจนะครับเพราะที่เห็นนั่นเป็น “ไอน้ำ” ครับ

 

         ด้านการดูแลคุณภาพอากาศโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้ติดตั้งระบบ Dry Low NOx Burner เพื่อควบคุมปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงให้มีค่าไม่เกิน 96 ส่วน ในล้านส่วน (PPM) และติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดค่ามลสารทางอากาศที่ปล่องระบายอากาศ เพื่อเฝ้าติดตามการระบายมลสารอย่างต่อเนื่อง และนำไปใช้ควบคุมการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าไม่ให้ปล่อยมลสารเกินกว่าค่าที่กำหนดไว้ และรายงานผลการตรวจวัดไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมแบบเรียลไทม์นอกจากนี้ ยังมีการเชิญผู้แทนชุมชนมาร่วมตรวจวัดคุณภาพอากาศรอบพื้นที่โรงไฟฟ้า รวมทั้งนำข้อมูลคุณภาพอากาศที่ระบายออกจากปล่องไปแสดงผลบนป้ายLED ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณทางเข้าโรงไฟฟ้าและบริเวณถนนบางกรวย-ไทรน้อย สร้างความมั่นใจให้ชุมชนให้ทราบถึงคุณภาพอากาศได้ตลอดเวลา

 

         ด้านการดูแลคุณภาพเสียงมีการติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงและชุดลดเสียง บริเวณกำแพงของเครื่องที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงดัง เช่น เครื่องกังหันก๊าซ เครื่องกังหันไอน้ำของโรงไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีมาตรการติดตามและเฝ้าระวังตรวจวัดระดับเสียงภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า ตรวจวัดระดับเสียงของเครื่องจักร จัดทำแผนที่เส้นระดับเสียง รวมถึงการตรวจวัดระดับเสียงโดยทั่วไปบริเวณชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมานั้นคุณภาพเสียงที่วัดได้ กฟผ. มีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนดไว้มาโดยตลอด

 

         สุดท้ายด้านการดูแลของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น แผ่นไส้กรองอากาศเสื่อมสภาพ น้ำมันเสื่อมสภาพ น้ำมันหล่อลื่นและเรซินที่ผ่านการใช้งานแล้ว หรือฉนวนหุ้มกันความร้อนเสื่อมสภาพจะถูกรวบรวมและส่งไปกำจัดโดยบริษัทที่ได้รับใบรับรองจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีการรายงานข้อมูลการแจ้งขนส่งของเสียอันตรายออกนอกบริเวณโรงงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับทราบอีกด้วย

 

          ไม่ใช่แต่เฉพาะที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือแต่ในทุกพื้นที่โรงไฟฟ้า กฟผ. ตั้งอยู่ กฟผ. ใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านในทุกกระบวนการผลิตไฟฟ้า เพื่อให้สิ่งแวดล้อมทั้งในพื้นที่โรงไฟฟ้าและชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า มีสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัยสำหรับทุกชีวิต นอกจากการดูแลสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตไฟฟ้าแล้ว กฟผ. ยังคงมุ่งมั่นดูแลสร้างพื้นที่สีเขียวปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นปอดดูดซับฝุ่น และสร้างอากาศบริสุทธิ์ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างสมดุลให้คนไทยมีไฟฟ้าใช้ควบคู่ไปกับการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ดั่งสโลแกนที่ว่า “กฟผ. ผลิตไฟฟ้าความสุขของคนไทย”