กฟผ. ร่วมจัดงานใหญ่ POWER - GEN Asia and Renewable Energy World Asia 2013 เวทีชั้นนำของวงการธุรกิจอุตสาหกรรมพลังงาน ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่อนาคตพลังงานแห่งเอเซีย” แสดงศักยภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงานผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับการผลิตไฟฟ้าเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนเป็นสำคัญ รวมทั้งปาฐกถาพิเศษจากผู้ว่าการ กฟผ. และผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงานของประเทศ

20131009-01

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นตัวแทนของประเทศไทยในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวข้อง รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน POWER-GEN Asia and Renewable Energy World Asia 2013 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคม 2556 ซึ่งเป็นงานแสดงนิทรรศการและการจัดประชุมเชิงวิชาการชั้นนำด้านอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานไฟฟ้าในทุกรูปแบบ และเป็นเวทีสำคัญที่หน่วยงานต่าง ๆ ในวงการอุตสาหกรรมไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 200 หน่วยงาน จะได้มีโอกาสมาร่วมประชุม สัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อช่วยขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมพลังงานให้รุดหน้า

          งาน POWER-GEN Asia and Renewable Energy World Asia 2013 เป็นงานแสดงนิทรรศการและการประชุมเชิงวิชาการชั้นนำทางด้านอุตสาหกรรมผลิตพลังงานไฟฟ้า พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกระดับนานาชาติ ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่อนาคตพลังงานแห่งเอเซีย” โดย กฟผ. ได้เข้าร่วมจัดแสดงบอร์ดนิทรรศการ และนำเสนอบทความทางวิชาการ รวมทั้งให้ความอนุเคราะห์สถานที่ดูงานสำหรับ Technical visit ณ เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี และโรงไฟฟ้าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา

          ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อไปว่า การจัดงาน ฯ เป็นประโยชน์อย่างมากที่จะประชาสัมพันธ์ให้นานาประเทศเห็นถึงศักยภาพของ กฟผ. ว่า ปัจจุบัน กฟผ. ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศเท่านั้น แต่ยังมี EGAT Group ซึ่งมีความสามารถในการให้บริการทางธุรกิจกับลูกค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ด้วยความเป็นมืออาชีพ และด้วยบริการที่ครบวงจร ด้านงานเดินเครื่องและบำรุงรักษา งานบริการซ่อม งานบริหารจัดการด้านอะไหล่ เป็นต้น

          สำหรับการประชุมในวันที่ 2 ตุลาคม 2556 จัดให้มีปาฐกถาพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงด้านพลังงาน 4 ท่าน ได้แก่ 1) นายทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 2) ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม (มพส.) 3) Mr. Markus Lorenzini ประธานสายงานด้านพลังงาน ประจำภูมิภาคอาเซียนและแปซิฟิก บริษัท ซีเมนส์ ประเทศอินโดนีเซีย และ 4) นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ.

          สำหรับปฐากถาพิเศษโดย นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า พลังงานมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้เริ่มนำเชื้อเพลิงฟอสซิลมาใช้เพื่อสร้างการเจริญเติบโตทางธุรกิจในยุคอุตสาหกรรมเฟื่องฟู จนกระทั่งวันนี้ถึงจุดที่เราใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมากเกินไป ซึ่งทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกและมลภาวะเป็นพิษต่างๆ จึงถึงเวลาแล้วที่จะกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพและทางเลือกหนึ่งที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองของทั่วโลกก็คือพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)

          “นอกจากการกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสมแล้ว กฟผ. ยังได้ตระหนักถึงแนวโน้มด้านพลังงานทั่วโลก และได้ดำเนินการตามแผนและโครงการต่างๆอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ก้าวทันความท้าทายเหล่านั้น อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและจัดส่งพลังงานไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนด้านการจัดการการใช้ไฟฟ้า หรือ Demand Side Management (DSM) ควบคู่ไปด้วย เพื่อความมั่นคงในระบบไฟฟ้าอย่างยั่งยืน, การสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด, การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับแหล่งพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพของพลังงาน, การสนับสนุนการลด Carbon Emission และใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ เป็นต้น” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าว

          ด้านนายทวารัฐ สูตะบุตร ได้กล่าวถึงเรื่องพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศไทยได้ลดลงจนถึงจุดวิกฤติแล้ว รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานจัดทำแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตเป็นร้อยละ 25 ภายใน 10 ปี (พ.ศ. 2555 – 2564) เพื่อกำหนดกรอบและทิศทางการพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและพลังงานชนิดอื่นๆ ช่วยกระจายความเสี่ยงในการจัดหาเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตไฟฟ้า และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยถูกจัดเป็นอันดับที่ 3 ในอาเซียนในเรื่องของความสามารถทางเทคโนโลยีสำหรับพลังงานหมุนเวียน รองจากประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ทั้งนี้ด้วยเทคโนโลยีที่ดีและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน คาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายในปี 2564 ได้

          สำหรับ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กล่าวว่า พลังงานหมุนเวียนในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว สิ่งที่สำคัญมากก็คือนโยบายและข้อกำหนดที่จะเอื้ออำนวยให้การพัฒนาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันยังมีข้อกำหนดที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอยู่ จึงอยากฝากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทบทวนและพยายามลดช่องว่างเหล่านั้น เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนได้ตามที่ ดร. ทวารัฐ ได้กล่าวไว้

          และ Mr. Markus Lorenzini กล่าวถึงภาพรวมพลังงานโลกว่า สามารถจัดกลุ่มตามลักษณะเฉพาะและความต้องการของแต่ละประเทศ ซึ่งแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) Green Pioneers มีการเติบโตของปริมาณการผลิตไฟฟ้าปานกลาง และมีการใช้พลังงานหมุนเวียนสูง ได้แก่ ประเทศในแถบยุโรป 2) Traditionalists มีการเติบโตของปริมาณการผลิตไฟฟ้าปานกลาง และมีการใช้พลังงานหมุนเวียนต่ำ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย 3) Oil Export Maximizers มีรายได้จากการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก ได้แก่ ประเทศในตะวันออกกลาง 4) Energy Hungry มีการเติบโตของปริมาณการผลิตไฟฟ้าสูง และมีโครงสร้างระบบไฟฟ้าที่มีคุณภาพ เช่น ประเทศจีน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อให้ได้ปริมาณไฟฟ้าที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพในราคาต่ำ ซึ่งประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน และ 5) New-Wave Electrifiers มีการเติบโตของปริมาณการผลิตไฟฟ้าสูง แต่มีโครงสร้างระบบไฟฟ้าที่ยังด้อยคุณภาพ เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์

          นอกจากนี้ ภายในงานนิทรรศการ กฟผ. ได้รับพื้นที่จำนวน 99 ตารางเมตร และแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้นในการจัดแสดง โดยใช้แนวคิดในการจัดจัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อ พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน : CLEAN ENERGY FOR GREEN FUTURE ในส่วนนิทรรศการชั้น 1 ได้จัดบอร์ดนิทรรศการจำนวนประมาณ 15 บอร์ด โดยมีเนื้อหาหลักของบอร์ดเป็นกิจกรรมตามภารกิจหลักของ กฟผ. ประกอบด้วย แผนงานของ กฟผ. การก่อสร้างโรงไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้า O&M การควบคุมระบบไฟฟ้า การควบคุมระบบส่งไฟฟ้า และ งาน CSR ซึ่งได้จำลองน้ำตกเพื่อแสดงแนวคิดการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านคลองเรือ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ASEAN Renewable Energy Project Awards 2013 ในเวทีระดับภูมิภาคอาเซียน ณ เกาะบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา ในส่วนนิทรรศการชั้น 2 จัดเป็น Business Dealing เพื่อการเจรจาทางธุรกิจ