กฟผ. ร่วมกับ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมรณรงค์ลดใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงในระบบไฟฟ้าภาคใต้ “คืนความสุขและรอยยิ้มให้ประชาชนเมืองคนดี” ช่วงการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ JDA-A18 อย่างเข้มข้นและจริงจัง

20140702-01

          นายทนงศักดิ์ ทวีทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมรณรงค์ลดใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงในระบบไฟฟ้าภาคใต้ “คืนความสุขและรอยยิ้มให้ประชาชนเมืองคนดี” ระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน 2557 โดยมีนายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. เป็นผู้กล่าวรายงานและชี้แจงวัตถุประสงค์ มีนายวรพจน์ อินทร์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ หัวหน้าส่วนราชการ สถานศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนและเดินรณรงค์ฯ ณ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา

          นายสุธน บุญประสงค์ กล่าวว่า จากการที่แหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย JDA-A18 หยุดจ่ายก๊าซทำให้โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ต้องหยุดเดินเครื่อง ส่งผลให้กำลังผลิตในภาคใต้หายไป 710 เมกะวัตต์ ดังนั้นเมื่อรวมกำลังผลิตในภาคใต้ที่เหลืออยู่กับการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางมา ทำให้ภาคใต้มีกำลังผลิตไฟฟ้าประมาณ 2,300 เมกะวัตต์ ในขณะที่ กฟผ. คาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในภาคใต้มีประมาณ 2,450 เมกะวัตต์ ซึ่งกระทรวงพลังงาน รวมทั้งหน่วยงานในสังกัด ได้จัดให้มีมาตรการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนภาคใต้มีไฟฟ้าใช้เพียงพอทั้งด้านโรงไฟฟ้า ระบบส่ง การสำรองเชื้อเพลิง และการรณรงค์ประหยัดพลังงาน โดยในส่วนของ กฟผ. ได้จัดให้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจ ตลอดจนการรณรงค์ให้ความรู้ด้านการประหยัดพลังงาน ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม 2557 รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 28 วันนั้น นับเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร ซึ่งจะส่งผลกระทบระบบเศรษฐกิจ การดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ หน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบ กฟผ. และส่วนราชการต่างๆ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น บริษัทเอกชน ต่างก็ช่วยกันเร่งหาแนวทาง และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ตลอดถึงกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรม ในพื้นที่ให้ลดการใช้พลังงานในช่วงเวลา 18.30น. – 22.30 น. แต่หากมีเหตุการณ์เฉพาะหน้าเกิดขึ้น อาจจะต้องมีการสลับปิดไฟในพื้นที่รอบนอก เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อโรงพยาบาล หรือพื้นที่เศรษฐกิจของภูมิภาค และให้ไฟฟ้ามีปริมาณเพียงพอในระบบ

          ในภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคใต้ ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องกับทางด้านผู้ใช้ไฟฟ้าการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (Demand Side) ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) รับบทบาทในการขอความร่วมมือกับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ (ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ฯลฯ) ในพื้นที่ภาคใต้ ให้ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลา 18.30-22.30 น. ของวันจันทร์-เสาร์ โดยตั้งเป้าลดความต้องการใช้ไฟฟ้าลง 200 เมกะวัตต์ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รับบทบาทในการรณรงค์ในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย/ภาคครัวเรือน ให้ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลา 18.30-22.30 น. ของวันจันทร์-เสาร์ โดยตั้งเป้าลดความต้องการใช้ไฟฟ้าลง 34 เมกะวัตต์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) รับบทบาทในการประสานงานกับภาคเอกชนที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ให้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในหน่วยงาน เพื่อลดการพึ่งพาระบบไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง คาดว่าจะช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าลงได้ประมาณ 35 เมกะวัตต์

          สำหรับในส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดการรณรงค์ลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มีทั้งการปรับเพิ่มอุณหภูมิการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศ การปิดไฟฟ้าในบริเวณที่ไม่จำเป็น แต่ประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่ทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าว หรือทราบ แต่ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมกันลดใช้พลังงาน จึงทำให้ตลอดระยะเวลาการรณรงค์การลดใช้พลังงาน ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2557 จนถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดเดียวที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้ามากกว่าระดับปกติ ซึ่งเป็นที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก หากยังปล่อยให้สถานการณ์นี้ ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ร่วมมือร่วมใจลดใช้พลังงานไฟฟ้า อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าในภาคใต้ทั้งภูมิภาคได้ ดังนั้น กฟผ. ร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ ลดใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงในระบบไฟฟ้าภาคใต้ ภายใต้สโลแกนที่ว่า “คืนความสุขและรอยยิ้มให้ประชาชนเมืองคนดี” เพื่อส่งเสริมให้ เด็ก เยาวชน ประชาชนในพื้นที่ ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการลดใช้พลังงานไฟฟ้า หรือทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ โดยรณรงค์ให้หน่วยงานราชการ เอกชน และประชาชน ร่วมกันลดการใช้พลังงานในช่วงเวลา 13.00 – 15.30 น. และ 18.30 – 22.30 น. อย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคใต้ และประเทศโดยรวม