กฟผ. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงร่วมกับ กฟภ. เสริมความมั่นคงการควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้า เพื่อการผลิตและส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชน ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ได้อย่างมีเสถียรภาพ

20141211-M01-01

          กฟผ. โดยฝ่ายระบบสื่อสาร สายงานระบบส่ง จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงร่วมกัน (MOU) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA โดยมี นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. และ นายฐิติกุล บุณยะกาญจน์ รองผู้ว่าการธุรกิจสารสนเทศและสื่อสาร กฟภ. ร่วมลงนามสัญญา เพื่อใช้โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ระบบสื่อสารในสถานีไฟฟ้าร่วมกัน เสริมความมั่นคงในการควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าของทั้ง 2 หน่วยงาน ทำให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี นายสมศักดิ์ ภู่รัตน์เจริญชัย ผู้อำนวยการฝ่ายระบบสื่อสาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้เกี่ยวข้องของทั้ง 2 หน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้อง 201 อาคาร ท.100 สำนักงานใหญ่ กฟผ. เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา

          นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง กล่าวว่า ระบบโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง นับเป็นโครงข่ายระบบสื่อสารที่สำคัญอย่างยิ่งที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร สำหรับการควบคุมสั่งการเพื่อการผลิตและส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าของทั้ง กฟผ. และ กฟภ. แต่เนื่องจากในปัจจุบันระบบโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงของทั้ง 2 หน่วยงาน ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึงในบางพื้นที่ ทั้ง กฟผ. และ กฟภ. จึงมีเจตจำนงในความร่วมมือที่จะใช้โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงร่วมกัน เพื่อเสริมความมั่นคงให้กับระบบสื่อสารในเส้นทางที่แต่ละหน่วยงานยังมีไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความมั่งคงของระบบสื่อสารที่ใช้ในการควบคุม สั่งการ เพื่อการผลิตและส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม ได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการประสานความร่วมมือ สนับสนุน ให้มีโครงข่ายสื่อสารสำรองใช้งานทดแทนหากโครงข่ายหลักเกิดการชำรุดหรือขัดข้อง รวมทั้งเป็นการสร้างความพึงพอใจและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทั้ง 2 หน่วยงาน โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และการใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

          นายฐิติกุล บุณยะกาญจน์ รองผู้ว่าการธุรกิจสารสนเทศและสื่อสาร กฟภ. กล่าวว่า ปัจจุบันโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงของ กฟภ. ติดตั้งในพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 20,000 กิโลเมตร ซึ่งมีจุดประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนระบบงานต่างๆ เช่น งานควบคุมการสั่งการจ่ายไฟ งานป้องกันแก้ไขกระแสไฟฟ้าขัดข้อง และระบบงานธุรกิจหลักในการให้บริการประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น จึงเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทั้ง 2 หน่วยงานมีเจตจำนงในความร่วมมือที่จะใช้โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบสื่อสารในการควบคุมการผลิตและส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าของทั้ง 2 หน่วยงาน รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ในการดูแลรักษาโครงข่ายสื่อสาร ตลอดจนอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลา สามารถต่อยอดพัฒนาโครงข่ายระบบสื่อสารระหว่างกันได้ต่อไปในอนาคต