ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีพลังงาน เน้น พลังงานต้องมีใช้อย่างเพียงพอ ประหยัด และคำนึงต่อสิ่งแวดล้อม ยืนยันต้องมีการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินมากขึ้น เพื่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า พร้อมผลักดันโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ให้เดินหน้าในปี 2558

20141218-M01-02

          เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2557 สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (IEEE) แห่งประเทศไทย ร่วมกับ IEEE Power & Energy Society-Thailand จัดงาน “นโยบายและทิศทางพลังงานไทย ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าไทย” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในเรื่อง “นโยบายและทิศทางพลังงานไทย” โดยมีผู้บริหารองค์การในสังกัดกระทรวงพลังงานเข้าร่วมงาน และนายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ได้ร่วมเสวนาเรื่อง “ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าไทย” ณ ห้องคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ บี 2 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

          ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถา ว่า นโยบายด้านพลังงานนั้น มีหลักคิดอยู่ 3 ประการ คือ 1. ต้องมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ 2. ต้องประหยัด มีราคาเหมาะสม และ 3. ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดดุลยภาพมีราคาต้นทุนการผลิตต่ำสุดและสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน สำหรับนโยบายด้านพลังงานไฟฟ้า ที่สำคัญ คือ จะต้องมีปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าประเภท Base load ที่เดินเครื่องอยู่ตลอดเวลาอย่างเพียงพอต่อความต้องการ โดยต้องเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านสะอาด จังหวัดกระบี่ จะต้องเริ่มดำเนินโครงการให้ได้ภายในปี 2558 เนื่องจากเชื้อเพลิงถ่านหินมีราคาถูกกว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติ โดยการจัดหาแหล่งพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ยังไมใช่สิ่งที่ต้องการมากที่สุด เพราะหากสร้างโรงไฟฟ้าภายในประเทศได้จะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ นอกจากนี้ ยังต้องมีการพิจารณาการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ทั้งผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (IPP) และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก (SPP) ซึ่งแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ใหม่ จะต้องนำเรื่องนี้ไปพิจารณา

          สำหรับพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม จะต้องมีการพิจารณานโยบายอีกครั้ง เนื่องจากต้องคำนึงถึงผู้ซื้อไฟฟ้าด้วย แต่ยังยืนยันว่ามีนโยบายส่งเสริมเช่นเดิม ส่วนโรงไฟฟ้าจากขยะ มีนโยบายให้การสนับสนุนเต็มที่ แต่ต้องมีการรับซื้อไฟฟ้าอย่างเป็นธรรมที่สุด

20141218-M01-03

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวระหว่างการเสวนาเรื่อง “ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าไทย” ว่า ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน และมีส่วนผลักดันระบบเศรษฐกิจในประเทศให้เจริญเติบโต ซึ่งรัฐบาลคาดการณ์ว่าปีหน้าจีดีพีของประเทศจะขยายตัวประมาณร้อยละ 4 ซึ่งจะทำให้มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยปีนี้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 26,942.1 เมกะวัตต์ โดยมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติประมาณร้อยละ 67 ซึ่งมีแหล่งที่มาจากอ่าวไทยและจากสหภาพพม่า หากมีการหยุดซ่อมบำรุงระบบท่อส่งก๊าซ เหมือนในกรณีแหล่ง JDA-A18 ครั้งที่ผ่านมา จะสร้างผลกระทบต่อระบบเชื้อเพลิงพอสมควร แต่นับว่ายังโชคดีที่โรงไฟฟ้าในระบบของ กฟผ. ยังสามารถปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงพลังงานได้

          สำหรับเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ปัจจุบันมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก สามารถควบคุมการปล่อยมลภาวะได้ดีกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด อย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ก็ได้มีการรายงานคุณภาพอากาศที่แม่เมาะเเบบ Real Time เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถควบคุมมลภาวะได้จริง ซึ่ง กฟผ. ได้มีการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวเเม่เมาะ เมื่อวันที่ 28-30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้พิสูจน์และสัมผัสอากาศที่แม่เมาะ