โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 10 – 11 ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์และขายคาร์บอนเครดิตได้ปีละเกือบ 4 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นเวลา 4 ปี นับเป็นโครงการ CDM ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นโครงการ CDM จากการปรับปรุงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หน่วยที่ 10 – 11 กำลังผลิตติดตั้งเครื่องละ 300 เมกะวัตต์ แล้วเสร็จในปี 2552 สามารถเพิ่มกำลังผลิตจริงได้เครื่องละไม่น้อยกว่า 5 เมกะวัตต์ และใช้เชื้อเพลิงลดลง ทำให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงด้วย ซึ่ง กฟผ. ได้รับการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกรรมการบริหาร CDM ของสหประชาชาติ(CDM Executive Board) เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2558 ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ (CCR Issuance) ปีละ 3.94 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ครอบคลุมระยะเวลา 4 ปี รวม 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์

          สำหรับการขายคาร์บอนเครดิตงวดแรก เป็นปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้ในปี 2556 โดยได้ทำสัญญาซื้อ-ขาย ไว้กับบริษัท Vattenfall Energy Trading Netherlands N.V. ในราคาตลาดคาร์บอนเครดิตตันละ 1-2 ยูโร คิดเป็นเงินประมาณ 5.8 ล้านบาท แม้ว่าจะเป็นจำนวนเงินไม่มาก แต่ก็แสดงให้เห็นว่า กฟผ. สามารถทำโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้เป็นเทคโนโลยีสะอาดได้ จนได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมทั้งยังเป็นโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าที่สามารถขายคาร์บอนเครดิตขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน

          อนึ่ง คาร์บอนเครดิต คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดได้จากการดำเนินโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด หรือที่เรียกสั้นว่าๆ CDM (Clean Development Mechanism) ซึ่งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วต้องการคาร์บอนเครดิต เนื่องจากมีพันธกรณีที่จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่ระบุไว้ในพิธีสารเกียวโต

20150219-M01-01

20150219-M01-02