ตามที่นักวิชาการบางท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมากำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงกว่ามาตรฐานร้อยละ 15 มาก โดยเฉพาะในปัจจุบันสูงกว่าเกือบ 2 เท่าตัว รวมทั้งปัญหากำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงในแผน PDP 2015 ซึ่งจะเป็นภาระแก่ผู้บริโภคนับแสนล้านบาทนั้น กฟผ. ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

         1. กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองคำนวณจากกำลังผลิตพึ่งได้ (ไม่ใช่กำลังผลิตติดตั้งตามสัญญา) ซึ่งกำลังผลิตพึ่งได้นั้น เป็นความพร้อมในการเดินเครื่องของระบบไฟฟ้าในวันที่เกิดความต้องการไฟฟ้าสูงสุด เช่น ในวันดังกล่าวโรงไฟฟ้าพลังน้ำไม่สามารถเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตเพราะขาดแคลนน้ำ ตัวอย่างจริงเกิดขึ้นที่เขื่อนภูมิพลในปีนี้ หรืออุณหภูมิของอากาศสูงที่มีผลต่อกำลังผลิตที่จ่ายได้จริงของโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ซึ่งจะเรียกกำลังผลิตส่วนที่ขาดหายไปนี้ว่า Derate

          กำลังผลิตพึ่งได้ = กำลังผลิตสุทธิ - Derate

         นอกจากนี้ กำลังผลิตสุทธิในวันที่เกิดความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน) และกำลังผลิตตามสัญญาซึ่งเป็นตัวเลขในเดือนธันวาคมนั้นมีความแตกต่างกัน เนื่องจากระหว่างวันที่เกิดความต้องการไฟฟ้าสูงสุดจนถึงสิ้นปีจะมีโรงไฟฟ้าใหม่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ และหรือโรงไฟฟ้าเก่าปลดออก เช่น ในปี 2557 กำลังผลิตทั้ง 2 แบบ มีความแตกต่างกันถึง 2,000 เมกะวัตต์ ในขณะที่ปี 2556 แตกต่างกันราว 600 เมกะวัตต์

20150610-M01-01

         2. กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองย้อนหลัง 3 ปี มีค่าสูงกว่า มาตรฐานร้อยละ 15 อยู่ร้อยละ 2 – 5 โดยมีสาเหตุมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะมีการพิจารณาปรับปรุงแผน PDP อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องตามสถานการณ์ เช่น PDP 2010 มีฉบับปรับปรุงถึง 3 ฉบับ สำหรับปี 2558 นั้น ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความต้องการไฟฟ้าสูงสุดใหม่ได้อีก จึงยังไม่คำนวณกำลังผลิตสำรองในปีนี้ แต่หากจะคำนวณก็ต้องใช้กำลังผลิตพึ่งได้ในวันที่เกิดความต้องการสูงสุดมาคำนวณ

20150610-M01-02

          3. สำหรับปัญหากำลังผลิตสำรองสูงใน PDP 2015 (ปี 2558 – 2579) เกิดจากการปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจจากเฉลี่ยร้อยละ 4.4 เป็นร้อยละ 3.9 ขณะที่ยังมีโครงการต่างๆ ที่มีภาระผูกพันกับภาครัฐทั้งในส่วนของ IPP และ SPP เนื่องจากสัญญาซื้อขาย IPP ในรอบปัจจุบัน ได้มีการประมูลรับซื้อล่วงหน้า บางโครงการเป็นเวลาถึง 10 ปี รวมทั้งอยู่บนสมมุติฐานเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานที่จะประหยัดพลังงานได้ 89,672 ล้านหน่วย จึงทำให้ช่วงปี 2565 – 2568 จะมีกำลังผลิตสำรองถึงเกือบร้อยละ 40 แต่หลังจากปี 2569 จะค่อยๆ ลดลงจนสู่ภาวะปกติ

20150610-M01-03

          4. อีกเหตุผลหนึ่ง คือ การพัฒนาพลังงานของภาคใต้ เพื่อให้มีกำลังผลิตในพื้นที่อย่างเพียงพอ และกระจายแหล่งเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพด้านราคาและการจัดหา PDP 2015 จึงได้บรรจุโครงการโรงไฟฟ้า ถ่านหินกระบี่และเทพาซึ่งจะจ่ายไฟฟ้าในปี 2562 และ 2564 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม กำลังผลิตสำรองที่สูงอันเนื่องมาจากการบรรจุโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าหรือมีน้อยมาก เนื่องจากเป็นกำลังผลิตที่มาจากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน ซึ่งมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าถูกกว่าก๊าซธรรมชาติเหลวนำเข้า (LNG)

          5. กำลังผลิตสำรองสูงในช่วงดังกล่าวยังอยู่บนสมมุติฐานว่า ไม่สามารถเจรจาเลื่อนโรงไฟฟ้า IPP ได้เลย การอนุรักษ์พลังงานและโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจะดำเนินการได้ครบตามเป้าหมาย ซึ่งในความเป็นจริง จะต้องมีการประเมินสถานการณ์และปรับแผนตามสถานการณ์เป็นระยะๆ จึงทำให้คาดว่า กำลังผลิตสำรองจริงจะไม่สูงถึงระดับดังกล่าว

ตามที่นักวิชาการบางท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมากำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงกว่ามาตรฐานร้อยละ 15 มาก โดยเฉพาะในปัจจุบันสูงกว่าเกือบ 2 เท่าตัว รวมทั้งปัญหากำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงในแผน PDP 2015 ซึ่งจะเป็นภาระแก่ผู้บริโภคนับแสนล้านบาทนั้น กฟผ. ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้