เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี

เขื่อนศรีนครินทร์ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่แห่งแรกของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง สร้างขึ้นเพื่ออำนวยประโยชน์ด้านต่างๆ  ส่งเสริมระบบชลประทาน โครงการแม่กลองใหญ่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น                      เขื่อนแม่กลองของกรมชลประทานเป็นหัวงานทดน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรได้ตลอดปีเป็นเนื้อที่ถึง 4 ล้านไร่ สามารถปล่อยน้ำลงผลักดันน้ำเค็มมิให้หนุนล้ำเข้ามาทำความเสียหายแก่พื้นที่บริเวณปากน้ำแม่กลองในช่วงฤดูแล้ง การประมง บรรเทาอุทกภัย การท่องเที่ยว           เขื่อนศรีนครินทร์นับเป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรีให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินแก่ผู้มาเที่ยวชมปีละเป็นจำนวนกว่าแสนคน และก่อให้เกิดการขยายตัวทางการท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง เช่น แพท่องเที่ยวในอ่างเก็บน้ำ เป็นต้น           พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระศรีนครินทร์ มาขนานนามเขื่อน และเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2524 เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว ความจุอ่างเก็บน้ำ17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ419 ตารางกิโลเมตร ความกว้างสันเขื่อน15 เมตร ความยาวสันเขื่อน610 เมตร ความสูงจากฐานราก140 เมตร เขื่อนศรีนครินทร์เป็นเขื่อนประเภทหินถมแกนดินเหนียวที่สามารถกักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 720 เมกะวัตต์ ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละประมาณ1,250 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 4-5 (ระบบสูบกลับ)

Rapheephat Toumsaeng

30 November 2022

เปิดเคล็บลับ “4 ป.” ที่ช่วยคุณประหยัด ชาติได้ประโยชน์

เปิดเคล็บลับ “4 ป.” ที่ช่วยคุณประหยัด ชาติได้ประโยชน์           วิกฤตพลังงานที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย หลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะราคาพลังงานที่ขยับสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงต้องเร่งจัดหาเชื้อเพลิงสำรองและดำเนินมาตรการประหยัดอย่างเข้มข้นเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานครั้งนี้ 4 ป. ประหยัดพลังงาน เซฟเงินในกระเป๋า             “ประหยัดพลังงาน” เป็นมาตรการสำคัญที่ทั่วโลกยึดถือปฏิบัติในยามที่เกิดวิกฤตพลังงาน เพราะเป็นวิธีง่าย ๆ ที่พวกเราสามารถทำได้ โดยยึดหลัก 4 ป. คือ             1. ปิด คือ ปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน             2. ปรับ คือ ปรับอุณหภูมิแอร์ที่ 25-26 องศาเซลเซียส เพราะการปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียสจะช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้ประมาณ 10 %             3. ปลด คือ ปลดปลั๊กทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน เพราะการเสียบปลั๊กทิ้งไว้แม้ปิดสวิตซ์ แต่ยังคงมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ และทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสื่อมคุณภาพเร็ว เสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร             4. เปลี่ยน คือ เปลี่ยนมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 […]

Rapheephat Toumsaeng

28 November 2022

ENGY อยากเล่า : บ้านประหยัดไฟ เทรนด์ใหม่ประหยัดเงิน

ENGY อยากเล่า : บ้านประหยัดไฟ เทรนด์ใหม่ประหยัดเงิน ? ENGY อยากเล่า ⚡️ บ้านประหยัดไฟ เทรนด์ใหม่ประหยัดเงิน รู้หรือไม่ บ้านเบอร์ 5 คือบ้านที่มีการออกแบบ การวางแปลนบ้าน การเลือกวัสดุก่อสร้าง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ช่วยประหยัดพลังงาน ลดภาวะโลกร้อน โดยเกณฑ์ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของบ้าน จะพิจารณาจากประสิทธิภาพพลังงาน และนวัตกรรมและการออกแบบพึ่งพาธรรมชาติ ผนัง (Wall) เลือกใช้วัสดุผนังบ้านที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ หรือมีการติดตั้งอุปกรณ์บังแดด หลังคา (Roof) เลือกหนังคาที่มีการถ่ายเทความร้อนรวมผ่านหลังคาต่ำ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง เลือกใช้หลอดไฟ LED ใช้พลังงานต่ำ กินไฟน้อย เครื่องปรับอากาศ เลือกใช้เครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบ้านเบอร์ 5 ได้ที่ https://homeno5.egat.co.th พบกับ BAAN KARIN (บ้านครินทร์) ที่พักแห่งใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมวิวหลักล้าน เร็ว ๆ นี้ . […]

Rapheephat Toumsaeng

28 November 2022

โรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น

โรงไฟฟ้าน้ำพองเป็นโรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นโรงไฟฟ้าแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า           สืบเนื่องจากบริษัทผู้ได้รับสัมปทาน ทำการสำรวจหาปิโตรเลียมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ขุดพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ ในจังหวัดอุดรธานี และขอนแก่น มีแหล่งปิโตรเลียมอยู่ประมาณ 10 แห่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2524 ได้ทำการสำรวจพบก๊าซที่ระดับความลึก 4,000 เมตร ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น มีปริมาณสำรองประมาณ 1.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต บริษัทจึงได้เจรจาซื้อขายกับรัฐบาล และกำหนดแผนการพัฒนาแหล่งก๊าซน้ำพองเป็น 2 ระยะโดยระยะแรกจะเป็นการทดสอบหลุมก๊าซ เพื่อประเมินปริมาณสำรองที่แน่นอนและเตรียมการพัฒนาการผลิตก๊าซในระยะยาว และระยะหลังของแผนจะเป็นการผลิตในเชิงพาณิชย์           ด้วยความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหลายปีที่ผ่าน ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงกำหนดแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าน้ำพองขึ้น โดยใช้ก๊าซธรรมชาติที่สำรวจพบจากแหล่งน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นเชื้อเพลิง และต่อมาได้ใช้ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งภูฮ่อม อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี เป็นเชื้อเพลิงเพิ่มเติมในการผลิตไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าให้กับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลให้มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด           โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมน้ำพอง ชุดที่ 1  ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2532 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือน 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 ชุดที่ […]

Rapheephat Toumsaeng

25 November 2022

โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่ใหญ่และมีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี กฟผ. ได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัย คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ มาสร้างโรงไฟฟ้าในภาคนี้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย           โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ สร้างอยู่ใกล้กับเขื่อนลำตะคอง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงพิจารณานำเทคโนโลยีที่ทันสมัย คือ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ มาสร้างโรงไฟฟ้าในภาคนี้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ทำงานโดยการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำของเขื่อนกรมชลประทาน ไปเก็บไว้ที่อ่างพักน้ำบนเขายายเที่ยง ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อยหรือช่วงกลางคืนถึงเช้า และเมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงในช่วงกลางวันถึงค่ำ จะปล่อยน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า และปล่อยลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองเหมือนเดิม เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2537 อ่างพักน้ำบนเขายายเที่ยงสร้างแบบหินถม ดาดด้วยยางมะตอยเพื่อป้องกัน เก็บกักน้ำได้ 10.3 ล้านลูกบาศก์เมตร ตัวอาคารโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ถูกสร้างไว้ใต้ระดับผิวดินลึกกว่า 350 เมตร เป็นโรงไฟฟ้าใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 2 เครื่อง ใช้กังหันน้ำแบบสูบกลับชนิด Vertical Shaft Francis Type มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 500 เมกะวัตต์ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและนำไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเมื่อปี พ.ศ.2547 นับเป็นโรงไฟฟ้าที่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มกำลังผลิตในช่วงเวลาที่ความต้องการไฟฟ้าสูง ช่วยเพิ่มความมั่นคงในระบบไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาคนี้           พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ […]

Rapheephat Toumsaeng

25 November 2022

โรงไฟฟ้าวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

เสริมสร้างความแข็งแกร่งรองรับความเจริญเติบโตในอนาคต ทั้งของภาครัฐและเอกชน โรงไฟฟ้าวังน้อยเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกและแห่งเดียวของเขตพัฒนากำลังผลิตและระบบส่งของภาคกลางตอนบน สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ นำความเจริญไปสู่ภูมิภาค และให้บริการชุมชนเมืองที่กำลังขยายตัว           โรงไฟฟ้าวังน้อย เป็นโครงการเร่งด่วนโดยคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีมติเห็นชอบโครงการและเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 เหตุผลที่เลือกตั้งที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพ เพราะใกล้แห่งเชื้อเพลิง แหล่งน้ำและระบบส่ไฟฟ้า อีกทั้งใกล้ศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งสามารถลดต้นทุน และลดความสูญเสียในระบบส่งไฟฟ้า ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอ่าวไทย โดยขนส่งทางท่อก๊าซบางปะกง-วังน้อย ระยะทางปรมาณ 100 กิโลเมตร และอีกแหล่งหนึ่งจากประเทศเมียนมาร์           โรงไฟฟ้าวังน้อย 1-3 เริ่มก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2537 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในขณะนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าวังน้อย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2541           ต่อมามีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคกลางของประเทศเพิ่มสูงขึ้น กฟผ. […]

Rapheephat Toumsaeng

25 November 2022

โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา

ภาคใต้ตอนล่างมีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีการลงทุนค่อนข้างสูง ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้เพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าในภาคใต้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะที่รับผิดชอบต่อการจัดหา และผลิตพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. พ.ศ. 2547 – 2558 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าในภาคใต้           คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 1 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2548 เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแบบเพลาผสม (Multi Shaft Combined Cycle) จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 และ ครม. ได้อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 2 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีพลังความร้อนร่วมแบบเพลาเดี่ยว (Single-shaft) ที่มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้เชื้อเพลิงสูง ทำให้ลดการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. […]

Rapheephat Toumsaeng

25 November 2022

โรงไฟฟ้ากระบี่ จ.กระบี่

จากการสำรวจค้นพบถ่านหินลิกไนต์ในภาคใต้ที่ จ.กระบี่ เป็นการจุดประกายแสงสว่างการพึ่งพาพลังงานในพื้นที่มาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า นำไปสู่การก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ หรือเดิมชื่อ “โรงไฟฟ้าลิกไนต์กระบี่”           โรงไฟฟ้าลิกไนต์กระบี่ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงแห่งแรกและแห่งเดียวของภาคใต้ มีขนาดกำลังผลิตรวม 60 เมกะวัตต์จำนวน 3 เครื่อง เริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ช่วยหล่อเลี้ยงการใช้ไฟในภาคใต้ตอนล่างจวบจนโรงไฟฟ้าหมดวาระการใช้งานจึงปลดออกจากระบบเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2538 รวมอายุการใช้งาน 31 ปี                     โรงไฟฟ้ากระบี่แห่งใหม่ได้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่เดิม เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2540 สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ในปี พ.ศ. 2547 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของภาคใต้           ปัจจุบันโรงไฟฟ้ากระบี่ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สามารถใช้เชื้อเพลิงน้ำมันปาล์มร่วมกับน้ำมันเตาเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ช่วยพยุงราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำ แต่จะดำเนินการเมื่อได้รับคำสั่งการจากรัฐบาลเท่านั้น ปัจจุบันโรงไฟฟ้ากระบี่ มีกำลังผลิตตามสัญญารวม 315 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าชนิด “Reserved Shutdown” มีหน้าที่เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

Rapheephat Toumsaeng

25 November 2022

โรงไฟฟ้าพระนครใต้ จ.สมุทรปราการ

ในยุคแรกเริ่มของการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าที่ กฟผ. ก็อยู่ในยุคเริ่มต้นรับผิดชอบภารกิจนี้เป็นเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้ามุ่งกระจายการพัฒนาด้านต่างๆจากเมืองไปยังท้องถิ่น โดยรัฐบาลพยายามย้ายเขตอุตสาหกรรมออกจากเขตกรุงเทพฯ ไปสู่ชานเมืองและภูมิภาค           โรงไฟฟ้าพระนครใต้เป็นตัวอย่างของแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ดีในการตอบสนองการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรมหนักต่างๆในเขตตอนใต้ของกรุงเทพฯ เช่น โรงงานแบตเตอรี่ โรงงานประกอบรถยนต์ โรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ ฯลฯ และยังช่วยลดปัญหาไฟฟ้าตกไฟดับอีกด้วย                     โรงไฟฟ้าพระนครใต้ก่อสร้างขึ้นตามนโยบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510-2514) เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2510 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2513 มีขนาดกำลังผลิต 1,330 เมกะวัตต์ ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515           ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพระนครใต้ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยและแหล่งในประเทศเมียนมาร์ เพื่อให้โรงไฟฟ้าใหม่เป็นมิตรกับชุมชน และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพระนครใต้ มีกำลังผลิตตามสัญญารวม 1,930 เมกะวัตต์

Rapheephat Toumsaeng

25 November 2022

เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท

เขื่อนเจ้าพระยา เป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บริเวณคุ้งบางกระเบียน หมู่ที่ 4 ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500

Rapheephat Toumsaeng

24 November 2022
1 31 32 33 51